วิชาที่โรงเรียนไม่ได้สอน

วิชาที่โรงเรียนไม่ได้สอน แนะเสริมสมาธิ

          เพราะการเรียนไม่ได้จำกัดเฉพาะในห้องเรียน ยิ่งอยากรู้ยิ่งต้องขวนขวาย และก่อนก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยยิ่งต้องเรียนรู้หลายสิ่ง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา TK Park อุทยานการเรียนรู้ ได้จัดงานเสวนา ‘ TK park เปิดตำราวิชาแนะให้แนว ปี 3 ตอนทะยานแตะขอบฟ้า’ โดย Life on Campus ได้มีโอกาสเข้าร่วมฟังในหัวข้อ ‘เปิดตำรา วิชาที่โรงเรียนไม่ได้สอน’ จากประสบการณ์ตรงของครูรุ่นใหม่ที่นำเสนอเรื่องราวที่หาฟังไม่ได้ในโรงเรียน ‘อาจารย์เบเบ้ ธันย์ชนก ฤทธินาคา’ และ ‘ครูลูกกอล์ฟ คณาธิป สุนทรรักษ์’

เปิดตำราวิชาที่โรงเรียนควรมี

'วิชาที่โรงเรียนไม่ได้สอน' แนะเสริมสมาธิ - อยากรู้อะไรให้ถาม !

“อยากให้เรียนโยคะ หรืออะไรที่ช่วยเพิ่มสมาธิ เห็นจากผู้ใหญ่ยิ่งโตยิ่งมีเรื่องให้คิดเยอะแต่ทำไมถึงสามารถโฟกัสได้ เพราะบางคนใช้โยคะเป็นตัวช่วย อยู่กับตัวเอง กับลมหายใจ มีสมาธิในการทำทุกๆ อย่างให้สำเร็จ”

“เด็กสมัยนี้ก็โตกว่าวัย มีปัญหามากมายที่มาจากตัวของเขา ไม่ว่าจะเป็น คนไม่รับแอดเฟซ คนไม่ไลค์ ทำให้ปัญหาทุกอย่างมารอบตัว เพราะฉะนั้นการมีสมาธิในการทำสิ่งต่างๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญ

และถ้าถามว่าอยากให้มีการพัฒนาอะไรในการศึกษาไทย ก็อยากจะให้มีเรื่องกิจกรรมและเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงความคิดเห็น เด็กบางคนฉลาดและมีประสบการณ์เยอะกว่าเรา ใครที่เก่งมีประสบการณ์เยอะๆ ก็อยากให้แลกเปลี่ยนกัน”

ข้อเสนอแนะจากอาจารย์เบเบ้ ธันย์ชนก ฤทธินาคา ที่เชื่อว่าสมาธิเป็นบ่อเกิดแห่งความสำเร็จในชีวิต ทางด้านคุณครูลูกกอล์ฟ คณาธิป สุนทรรักษ์ ก็เสนอแนะให้ลดเวลาในแต่ละคาบเรียนเพื่อให้ Performance เด็กดีขึ้น

“ร่างกายมนุษย์มีลิมิต เข้าเรียน 8 โมง บางคนตื่นตี 4 ออกบ้านตี 5 เพราะโรงเรียนไกล ฝ่ารถติด มาเจอแดดร้อนตอนเข้าแถว คาบแรกเรียนคณิตศาสตร์ เลิกเรียนไปเรียนพิเศษต่อจนถึงดึก เพราะฉะนั้นผลลัพธ์จะออกมาต่ำ”

อย่างไรก็ตามกระทรวงศึกษาธิการอาจทำให้ไม่ได้ ครูกอล์ฟจึงหันมาวิงวอนเด็กว่าคาบไหนที่อาจารย์สอนรู้เรื่อง และตั้งใจสอน ให้ตั้งใจเรียน แล้วจะสังเกตุว่าพอเรียนเอง จะทวนน้อยมาก และเข้าใจโดยไม่ต้องเรียนพิเศษ

                      ขาดสมาธิเพราะเทคโนโลยี

'วิชาที่โรงเรียนไม่ได้สอน' แนะเสริมสมาธิ - อยากรู้อะไรให้ถาม !เบเบ้-ธันย์ชนก ฤทธินาคา

ย้อนกลับไปเมื่อสมัยเบเบ้และลูกกอล์ฟเป็นนักเรียน ช่วงนั้นเรียกได้ว่า ‘ยุคมืดของอินเตอร์เน็ตเมืองไทย’ ซึ่งเป็นยุคที่เรียบง่าย เด็กวัยเรียนปราศจากมือถือ หรูสุดก็คือ PCT หรือเพจเจอร์ ซึ่งในมุมมองของครูลูกกอล์ฟ พบว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย

“ข้อเสีย คือ ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้ทันที Google ไม่มี เพราะฉะนั้นเวลาอยากรู้อยากได้ข้อมูลอะไรจะช้า แต่ข้อดี คือ ทำให้อดทน ต้องไปขวนขวายค้นคว้าที่ห้องสมุดหรือถามอาจารย์”

“ไม่มีสิ่งที่ทำให้ไขว้เขว้ ไม่มีสิ่งที่ทำให้ฟุ้งซ่าน เวลาเครียดไม่มี Facebook ให้ระบาย ดังนั้นวลาที่เครียดจะไม่มีที่ลง แต่ข้อดีคือ ทำให้กลับมาอยู่กับตัวเองและเผชิญหน้ากับปัญหา ในขณะที่ปัจจุบันเด็กๆ มีทุกอย่าง เทคโนโลยีมันไวไปหมด ให้ลองสังเกตตัวเองดีๆ ว่าสามารถห่างจากมือถือได้กี่วินาที บางทีพอมีอะไรในมือ ก็อยากจะเช็ค มันคันไปหมด มันทำให้กลายเป็นขาดความอดทน”

ครูลูกกอล์ฟยังเสริมอีกว่า ถ้าเป็นที่โรงเรียนของตนจะบอกให้ปิดมือถือหน้าที่ของนักเรียนคือเรียน ฟัง พอไม่เข้าใจตรงไหนก็ถาม จะทำให้เกิดการสื่อสารสองทาง ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเรียน ทางด้านเบเบ้ ที่ถึงแม้จะสอนเด็กมหาวิทยาลัยที่โตแล้วแต่ก็พบว่าเด็กมีความอดทนต่ำไม่ต่างกัน

“ขนาดโต มีความรับผิดชอบมากขึ้น ก็ยังรู้สึกว่าสมาธิเขาไม่ค่อยจะมี เพราะมันมีสิ่งนั้นสิ่งนี้ แอปพลิเคชันต่างๆ มาให้เล่นติดมือตลอด ดังนั้นก็จะมีปัญหาในการสื่อสารกับเขา การทำให้เขามีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่เรียนอยู่”

'วิชาที่โรงเรียนไม่ได้สอน' แนะเสริมสมาธิ - อยากรู้อะไรให้ถาม !ครูลูกกอล์ฟ-คณาธิป สุนทรรักษ์

นอกจากนี้สิ่งที่ตามมาในการเล่น Social media คือเรื่องความเป็นส่วนตัวทีจะเห็นได้จากหลายกรณีในสังคมที่หากใช้ผิดๆ ก็ก่อให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตได้ โดยครูลูกกอล์ฟมองว่ายังไงก็ไม่เป็นส่วนตัวตั้งแต่แรก

“Social แปลตรงตัวก็คือ สังคม เพราะฉะนั้นอะไรก็ตามที่แชร์ไปต่อให้มีเพื่อนแค่สองคนเห็นก็ไม่ Private อย่าอ้างว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัว”

อย่าโทษนักเรียนฝ่ายเดียว

'วิชาที่โรงเรียนไม่ได้สอน' แนะเสริมสมาธิ - อยากรู้อะไรให้ถาม !

นอกจากในเรื่องการขาดสมาธิ ปัญหาที่พบในเด็กไทยมาอย่างยาวนาน คือ การไม่กล้าตั้งคำถาม ซึ่งเกิดได้กับนักเรียนทุกที่แต่ไทยอาจหนักสุด เนื่องจากคนไทยไม่ชอบการเสียหน้าเป็นทุนเดิม

“จริงๆ มีสองข้อ หนึ่ง ไม่กล้าถามเพราะกลัวถูกมองว่าโง่ และ สอง เวลาถามครูจะถามกลับว่าทำไมไม่ฟัง ครูบางคนพอเด็กไม่เข้าใจก็จะหงุดหงิดใส่ หาว่าเด็กโง่ เป็นสิ่งที่ทำให้เด็กรู้สึกเสียใจ”

“หน้าที่ของคนเป็นครู ต้องทำการบ้านและเตรียมตัวให้พร้อมในการมาสอน นักเรียนมีสิทธิ์ในการถาม และเรามีหน้าที่ในการไม่เบื่อที่จะตอบคำถาม ต่อให้จะพูดเรื่องเดิม หรือถูกถามมาเป็นพันครั้ง ก็จะต้องตอบให้เหมือนเป็นครั้งแรกเสมอ”

ส่วนของเบเบ้นั้นเจอกับปัญหาไม่กล้าตั้งคำถามเช่นเดียวกัน โดยนักศึกษาจะเงียบและทำท่าเข้าใจตลอดเวลา จนในตอนแรกทำให้รู้สึกว่าตนสอนเก่ง แต่ปรากฏว่าผลออกมาเด็กทำไม่ได้

“ที่เด็กไม่เข้าใจ เพราะอาจารย์เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง เข้าใจด้วยวิธีนี้ก็เลยเอาไปสอนเด็ก แต่เด็กแต่ละคนจะมีพื้นฐานที่ต่างกัน ดังนั้นก็เลยปรับมาสอนง่ายขึ้น สอนช้าลง หาตัวอย่างที่ใกล้ตัวมาอธิบาย”

'วิชาที่โรงเรียนไม่ได้สอน' แนะเสริมสมาธิ - อยากรู้อะไรให้ถาม !
เวลาสอนอย่าเอามุมมองคนอัจฉริยะไปสอน แต่ควรคำนึงถึงความรู้สึกนึกคิดเด็กในฐานะคนที่ไม่เก่งเลย และให้รู้ว่าไม่มีใครที่เก่งทุกอย่าง

สุดท้ายนี้ทั้งอาจารย์เบเบ้และครูลูกกอล์ฟได้ทิ้งท้ายว่าอยากให้น้องๆ มุ่งมั่นทั้งเรื่องเรียนและกิจกรรม การเรียนจะทำให้ฉลาดและวิเคราะห์ ส่วนกิจกรรมทำให้รู้จักการเข้าสังคม การแก้ปัญหา

“นอกจากนี้การสร้างแรงบันดาลใจในการเรียน น่าจะเป็นเรื่องของการตั้งเป้าหมายและความตั้งใจว่าอยากเห็นตัวเองเป็นแบบไหนในอนาคต ให้เปรียบเทียบตนเองในอดีตกับปัจจุบันไม่ต้องแข่งขันกับคนอื่น แล้วมันจะเกิดการพัฒนา”