นายกฯเชื่อคนไทยรัก ในหลวง แม้ไม่สามารถใส่เสื้อขาว-ดำได้ทุกวัน

นายกฯเชื่อคนไทยรัก ในหลวง แม้ไม่สามารถใส่เสื้อขาว-ดำได้ทุกวัน

นายกฯเชื่อคนไทยรักในหลวงแม้ไม่สามารถใส่เสื้อขาว-ดำได้ทุกวันขอทุกคนเห็นใจ-เข้าใจซึ่งกันและกัน อย่าคิดตีความเกินเลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ ย้ำ คิดดี ทำความดี ดำรงตนตามแนวพระราชปณิธาน-คำสอนของพระองค์

เมื่อเวลา 13.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มั่นใจว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศเทิดทูนและจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ และต้องการแสดงความอาลัยต่อพระองค์ท่าน ด้วยการแต่งชุดดำขาว อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีเข้าใจดีว่า ช่วงเวลานี้เสื้อขาวดำเป็นที่ต้องการมาก อาจจะขาดตลาด ทำให้หลายๆท่านอาจไม่สามารถสวมเสื้อขาวดำได้ทุกวัน ตามที่ใจมุ่งมั่นปรารถนา รวมทั้งพี่น้องประชาชนบางส่วนอาจอยู่ในภาวะลำบากขัดสนที่จะจัดหาเสื้อผ้าชุดใหม่

“นายกรัฐมนตรีอยากขอให้พี่น้องประชาชนเข้าใจซึ่งกันและกัน เห็นอกเห็นใจกัน ถึงปัจจัยและข้อจำกัดของแต่ละบุคคล อย่าตีความเกินเลย กลายเป็นความไม่เข้าใจ หรือกลายเป็นเรื่องใหญ่โดยไม่จำเป็น เวลานี้ควรเป็นเวลาแห่งความรัก ความสามัคคี และการดูแลให้สังคมมีความสงบสุข”

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า สำหรับพี่น้องประชาชนที่ไม่สามารถจัดหาเสื้อผ้าชุดสีดำหรือสีขาวสำหรับสวมใส่ได้ทุกวัน สามารถแสดงสัญลักษณ์ของความอาลัยด้วย การติดริบบิ้นหรือโบว์สีดำ บนหน้าอกเสื้อ หรือที่แขนเสื้อบริเวณต้นแขนได้เช่นกัน เพราะสิ่งสำคัญเหนืออื่นใดคือการคิดดี ทำความดี ดำรงตนตามแนวพระราชปณิธานและคำสอนของพระองค์ ซึ่งถือเป็นการแสดงความอาลัยและจงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศอย่างดีที่สุด

ที่มา : ข่าวสด

คนบันเทิงร่ำไห้ ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

คลิป–NineEntertain Official

0

หลังมีประกาศจากสำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคตแล้ว ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษา 89 ปี ทรงครองราชย์ได้ 70 ปี ทั้งนี้เหล่าคนในวงการบันเทิง ร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ต่างทยอยเดินทางไปยัง รพ.ศิริราช และพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ จูน กษมา, วิลลี่ แมคอินทอช, มิกค์ ทองระย้า, กอล์ฟ เบญจพลและภรรยา ฯลฯ

ด้านสาว จูน กษมา ภรรยาสาวของ เปิ้ล นาคร อุ้มท้องลูก 8 เดือน เผยว่า “เมื่อวานพาน้องออก้ามาที่ รพ.ศิริราช เมื่อวานก็มา เราท้องก็จริง แต่เราไม่ได้ป่วยอะไร เรามาได้เราดูแลตัวเองอยู่แล้ว แล้วก็คิดว่าถ้าเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ ก็แอดมิทอยู่ข้างบนนี้แหละ ก็เลยไม่ได้กลัวอะไรเรื่องท้อง เมื่อวานออก้าหยุดเรียน ก็เลยพาเขามาให้รับรู้ว่านี่เป็นสิ่งที่คนไทยเขาต้องแสดงออก ออก้าคงยังไม่เข้าใจหรอกแต่จูนคิดว่าเขาต้องจำได้ว่าแม่พาเขามาทำอะไร ให้รู้จักคำว่าในหลวง”

“เมื่อวานเพิ่งกลับไม่ได้ก็ได้ทราบข่าว ก็ตีรถกลับมาใหม่แต่เข้าไม่ได้แล้วเขาปิดถนน วันนี้ตื่น 6 โมงเช้าก็มาอีก แต่คงไม่ได้เอาลูกมาละเพราะไม่สะดวก จูนเป็นคนนึงที่อยากจะมาส่งท่านครั้งสุดท้ายเราไม่มีโอกาสเข้าใกล้ท่านอีกแล้ว วันนี้ก็ขอมาอีกครั้งอยากเอาบุญครั้งสุดท้ายที่เราได้มีกับลูกในท้องมาส่งท่านอีกครั้ง”

“หัวใจสลาย มันบอกไม่ถูกเลยอะ ไม่ได้ร้องไห้ด้วยนะมันอยู่ข้างใน มันแบบใช่หรอ ถึงต้องตีรถกลับมาใหม่ไง ไม่ได้อยากเห็นข่าวแล้ว อยากเห็นด้วยตา เราเกิดมาก็จำความได้แล้วว่ามีในหลวงกับราชินี ความดีที่ท่านทำ อย่างพ่อเราเสียวันพ่อเราก็กราบเก้าอี้เอารูปในหลวงมาตลอด พอเกิดเหตุการแบบนี้ขึ้นยังไงก็ต้องมา”

“เมื่อวานออก้าได้พูดอะไรบ้าง เขาถาม เขานึกว่าในหลวงจะลงมาหาเขา เขาก็นั่งบอกว่าเมื่อไหร่ในหลวงจะมา เราก็บอกให้ออกก้าสวดมนต์ ถ้าในหลวงหายจะเปิดต่างหน้ามาโบกมือนะ เขาก็ฟังเขาก็เข้าใจ แต่เขาไม่รู้ว่าท่านป่วยหนัก เราไม่ได้เล่าอะไรขนาดนั้น แต่อยากให้เขาเห็นว่าคนเยอะๆ เขามาทำอะไรกัน ทำไมคนต้องมา คนรักท่านขนาดนี้”

“ในฐานะที่เป็นคนไทยมีคำสอนที่เราจดจำ ความกตัญญูเลย จูนเห็นในหลวงกับสมเด็จย่าก็เลยจำมาตลอดว่ายังไงคนเราก็ต้องมีความกตัญญูถึงจะอยู่รอดได้ ความกตัญญูสำคัญมาก ความเพียรความขยันที่เราเห็นมาเราต้องทำอยู่แล้วละ แต่ความกตัญญูเป็นจิตใต้สำนึก ถ้ามีตรงนี้จูนว่าเป็นคนดีคนประเสริฐเลย”

“ถ่ายทอดคำสอนให้ลูก จริงๆ จูนก็ไม่ได้เป็นแม่ดีเด่นสอนเก่ง ก็พาเขามาให้เห็น เขาก็บ่นแหละร้อนอยู่กลับบ้าน เราก็ค่อยๆ หลอกล่อเขา จูนมั่นใจว่าเขาต้องจำเหตุการณ์นี้ได้ว่าเขาเคยมา คุยกับลูกในท้อง ยังไม่ได้คุยเลย แต่ก็คิดว่าเราตั้งใจจะเอาบุญของเราแล้วก็บุญบริสุทธิ์ของลูกในท้องมาส่งเป็นครั้งสุดท้ายก็ยังดี”

“ทำไมเราถึงรักในหลวง(น้ำเสียงสั่นเครือ) ไม่มีคำตอบเลยนะ ตอบยังไงก็ไม่ถูก ตอบยังไงก็ไม่หมด รักในหลวงยิ่งกว่ารักพ่อแม่จริงๆ เขาทนเขาทรมานลำบากทุกอย่าง ตั้งแต่อายุ 19 ลำบากกว่าเราเยอะ เรายังไม่ได้เสี้ยวเขาเลย แต่ใจเรายกให้ท่านเลย ต้องรอถึงบ่ายสามก็รอได้ บอกพี่เปิ้ลว่าวันนี้ขอ พี่เปิ้ลก็ดูแลด้วยเองนะ เขาก็อยากมาแต่ติดอัดรายการ” จูน กษมา กล่าว

144072-r-1476426521440144073-r-1476426546435144074-r-1476426577406144075-r-1476426599617144076-r-1476426619796144077-r-1476426662557

ที่มา mthai

2 สเต็ป แต่งหน้ามีกระ ลุคฝรั่ง อย่าง ชมพู่ อารยา แบ๊วเวอร์

2 สเต็ป แต่งหน้ามีกระ ลุคฝรั่ง อย่าง ชมพู่ อารยา แบ๊วเวอร์

จะสวยเผ็ด สวยแซ่บ หรือสวยแบ๊วในลุคฝรั่งที่มีกระเบาๆ ได้ทุกลุคจริงๆ สำหรับผู้หญิงที่ชื่อ ชมพู่ อารยาแฟชั่นไอคอนของไทย ในลุคกระชากวัยสดใสแบ๊วเวอร์ ที่จริงแล้วลุคนี้ไม่ต้องหน้าฝรั่งก็แต่งได้ อย่าง เต้ย จรินทร์พร และ ออม สุชาร์ ก็เคยแต่งหน้าแบบมีกระเหมือนสาวญี่ปุ่นมากจนสาวๆ กรีดร้อง อย่างจะมีกระแดะ เฮ้ย กระปลอมกันบ้าง

 

เต้ย จรินทร์พร

เต้ย จรินทร์พร

ออม สุชาร์

 เห็นเทรนด์นี้มาแรง ไม่รอช้า รีบไปกระซิบถาม พี่ป้อม วินิจ ช่างแต่งหน้าคู่ใจสาวชม ว่าขั้นตอนการแต่งหน้าสร้างกระปลอมที่ดูเหมือนจริงแบบนี้ ทำได้อย่างไร พี่ป้อมบอกว่า เทคนิคในการแต่งหน้าลุคนี้คือการแต่งหน้าให้ดูธรรมชาติมากที่สุด ทารองพื้นบางๆ แล้วสร้างกระด้วยการใช้ อายแชโดว์สีน้ำตาล ในครั้งนี้พี่ป้อมใช้ของ MAKE UP FOR EVER สีน้ำตาลเข้ม ตามรูปประกอบ

วิธีการทำง่ายๆ แค่ 2 สเต็ป

สเต็ปแรก ใช้แปรงหัวเล็กแบบในภาพทำจุดบนใบหน้าที่ต้องการ 

สเต็ปต่อมา ใช้นิ้วมือค่อยๆ แตะตามจุดที่ลงไป จะได้กระที่ดูเนียนเป็นธรรมชาติแล้วจ้า

อย่าลืมว่าลุคนี้ของสาวชม มีคิ้วที่เรียงสวย ขนตาที่งอนงามแต่ดูไม่หนาเป็นนางโชว์ ส่วนสีปากไม่ต้องทาสีชัด เลือกสีอ่อนๆ แค่นี้ก็ได้ลุคสาวฝรั่งผิวบ่มแดด สาวไทยคนไหนไม่มีกระอยากจะสร้างขึ้นมา ทำตามที่ พี่ป้อม แนะนำ แล้วจะสร้างความแปลกใหม่ให้กับการแต่งหน้าขึ้นมว๊ากกกก พูดเลย

แต่งหน้ามีกระ

แต่งหน้ามีกระ

แต่งหน้ามีกระ

ที่มา:sanook

TIME ตีแผ่ความเจ๋ง ม๊าเดี่ยว ดีไซเนอร์เลือดใหม่ผู้เปลี่ยนโลกแฟชั่น

น้องม๊าเดี่ยว

          TIME ตีแผ่เรื่องราวความสามารถสุดเจ๋งของ ม๊าเดี่ยว แฟชั่นนิสต้าภูธรที่โด่งดังบนโลกออนไลน์ และกลายมาเป็นดีไซเนอร์เลือดใหม่ของไทยแล้วตอนนี้

          กลายเป็นดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่ดังระเบิดระเบ้อทั่วโลกไปแล้ว สำหรับ ม๊าเดี่ยว อภิเชษฐ์ เอติรัตนะ ผู้แจ้งเกิดบนโลกออนไลน์ด้วยแฟชั่นภูธร ซึ่งนอกจากคอลเลคชั่นแฟชั่นจากบ้านนาของเขาจะถูกนำไปตีแผ่มาครั้งหนึ่งแล้วก่อนหน้านี้ ล่าสุด นิตยสาร TIME ยังได้ตีแผ่เรื่องราวของม๊าเดี่ยว ผ่านสกู๊ปในหมวด Next Generation Leaders อีกด้วย

           นิตยสาร TIME เผยว่า ม๊าเดี่ยวได้เปลี่ยนโลกแห่งแฟชั่นด้วยสไตล์ที่แหวกแนวไม่เหมือนใคร เขาเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่พิสูจน์ให้โลกรู้ว่าศิลปะอันยิ่งใหญ่สามารถเกิดขึ้นในที่ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ และนั่นทำให้เขากลายเป็นดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่ไม่มีใครไม่รู้จักเขาแล้วในเวลานี้

          ม๊าเดี่ยวเติบโตในภาคอีสาน เขาได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์แฟชั่นมาจากนิตยสารแฟชั่นในร้านตัดผมท้องถิ่น จากนั้นก็เริ่มมองหาวัสดุที่มีตามบ้านนามารังสรรค์เป็นเครื่องนุ่งห่มได้อย่างน่าทึ่ง ม๊าเดี่ยวบอกว่าเขาต้องการให้ผู้คนได้เห็นว่าสิ่งของธรรมดา ๆ ที่ไม่ได้สวยงามและดูไม่เข้ากันเลยนั้น สามารถกลายเป็นอะไรที่งดงามได้ และการดูดีนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงิน

น้องม๊าเดี่ยว

          ม๊าเดี่ยวโด่งดังเมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว เมื่อเขายืมผ้าขาวม้าของคุณยายมาและจัดการเปลี่ยนมันให้เป็นเดรสยาวเฟื้อย จากนั้นก็แชะภาพอย่างสง่า ปล่อยผ้ายาวลงมาตามบันไดสะพานลอย และนั่นทำให้เขากลายเป็นแฟชั่นนิสต้าที่มีชื่อเสียง มีคนติดตามมากมายบนโลกออนไลน์

          หลังจากนั้นม๊าเดี่ยวก็เริ่มก้าวเข้าสู่เส้นทางแฟชั่นอย่างเต็มตัว มีรายการทีวีต่าง ๆ เชิญเขาไปสัมภาษณ์ออกรายการ เขาได้เป็นแม้กระทั่งดีไซเนอร์รับเชิญในงาน Asia’s Next Top Model โดย ซินดี้ บิชอป (ซินดี้ สิริยา) ซูเปอร์โมเดลเชื้อสายไทย-อเมริกัน ถึงกับเอ่ยปากชมว่าม๊าเดี่ยวเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น ๆ ในการฉีกกฎเดิม ๆ และค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้น

น้องม๊าเดี่ยว
น้องม๊าเดี่ยว

น้องม๊าเดี่ยว

น้องม๊าเดี่ยว
น้องม๊าเดี่ยว

น้องม๊าเดี่ยว

น้องม๊าเดี่ยว

น้องม๊าเดี่ยว

 น้องม๊าเดี่ยว แฟชั่นนิสต้าภูธร

 น้องม๊าเดี่ยว แฟชั่นนิสต้าภูธร

 น้องม๊าเดี่ยว แฟชั่นนิสต้าภูธร

 น้องม๊าเดี่ยว แฟชั่นนิสต้าภูธร

 น้องม๊าเดี่ยว แฟชั่นนิสต้าภูธร

ที่มา:kapook