คุยกับ ชาริล ชัปปุยส์ ก่อนทีมชาติไทยลุย ซูซูกิ คัพ

ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางทีมชาติไทย ยืนยันว่าเขาเองพร้อมที่จะลงสนาม และช่วยพาทีมป้องกันแชมป์ให้ได้ หลังจากบาดเจ็บไปนานแต่ตอนนี้ทุกอย่างพร้อมแล้ว จากรายงานของ espnfcasia เมื่อ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

แม้ว่าจะหายบาดเจ็บกลับมามีชื่อติดทีมชาติไทยแล้วเรียบร้อย ทว่าทางชัปปุยส์เองก็ยังไม่ใช่ตัวจริงในตอนนี้ เพราะว่าตอนนี้คนที่ยืนกลางคู่กับ สารัช อยู่เย็น จะเป็น ปกเกล้า อนันต์ ซึ่งทางมิดฟิลด์ลูกครึ่งไทย-สวิสก็แจงว่าเขานั้นพร้อมแล้วที่จะลงสนาม และต้องการพาทีมป้องกันแชมป์ให้ได้
ชาริล ชัปปุยส์ กล่าวว่า “ผมมีความทรงจำที่ดีมากกับทัวร์นาเม้นท์นี้เมื่อ 2 ปีก่อน แน่นอนว่าผมเสียเวลากับการรักษาเข่าของผมมานานแล้ว และแม้มันจะเจ็บมานานแต่ตอนนี้ผมพร้อมแล้วล่ะที่จะกลับมาลงเล่น และผมตั้งใจมากนะที่จะช่วยพาทีมป้องกันแชมป์ให้ได้”

ทั้งนี้ ไทย จะลงสนามพบ อินโดนีเซีย ในเกมนัดเปิดสนามในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ เวลา 15.30 น.

อาร์แซน เวนเกอร์ ยืนยันจับมือทักทาย โชเซ่ มูรินโญ่ ตามปกติ

อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล ออกโรงยืนยันจะจับมือทักทาย โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ดตามปกติแน่นอนในเกมที่จะพาลูกทีมบุกเยือน “ปีศาจแดง” จากรายงานของ vanguardngr.com เมื่อวันที่ 21พฤศจิกายน 2559

เป็นที่รู้กันดีของแฟนบอลว่า เวนเกอร์ และ มูรินโญ่ เป็นสองกุนซือที่ไม่ค่อยจะลงรอยเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน และมักจะมีปัญหากันที่จนถึงขั้นไม่ยอมจับมือกันมาแล้วในสมัยที่ กุนซือชาวโปรตุเกส ยังเป็นนายใหญ่ของ เชลซี
อย่างไรก็ตามกุนซือ “ปืนใหญ่” ก็ยืนยันว่าเขาจะจับมือทักทาย มูรินโญ่ ตามปกติในเกมบิ๊กแมตช์ที่ต้องนำลูกทีมบุกไปเยือน “โอลด์ แทรฟฟอร์ด” ในวันเสาร์นี้ “แน่นอน ผมเคารพธรรมเนียมที่มีความสำคัญมากของ พรีเมียร์ลีก อย่างที่เห็น ผมไม่คิดว่าผมจะต้องอธิบายถึงความสัมพันธ์ของเรา เขาจะต่อสู้เพื่อทีมของเขา และผมก็จะต่อสู้เพื่อทีมของผม และผมคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่สุด”

ทั้งนี้ อาร์เซน่อล มีคิวบุกไปเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด ในศึก พรีเมียร์ลีก ในวัน จันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายนนี้ เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

บุนเดสลีกา เยอรมนี : ดอร์ทมุนด์ 1-0 บาเยิร์น

ประตูเดียวตั้งแต่ในช่วงต้นเกมของ ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยอง กลายเป็นประตูชัยให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ในศึก แดร์ คลาสสิเกอร์ แห่ง บุนเดสลีกา

โอบาเมยอง แท็บอินลูกปาดจากด้านข้างโดย มาริโอ เกิทเซ่ เข้าไปในนาทีที่ 11 โดยที่ มานูเอล นอยเออร์ ได้แต่มองบอลไหลเข้าประตู

หลังจากถูกขึ้นนำ บาเยิร์น พยายามเปิดเกมบุกใส่เป็นชุด โดยเฉพาะในครึ่งหลังแต่ ดอร์ทมุนด์ ก็ตั้งรับอย่างเหนียวแน่นและไม่พลาดแม้แต่ครั้งเดียว

ชัยชนะนัดนี้เป็นคร้งแรกนับตั้งแต่ปี 2012 ที่ ดอร์ทมุนด์ จัดการสยบ บาเยิร์น ได้ในเกมลีกในบ้านตัวเอง และทีม เสือเหลือง ก็ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 3

ขณะที่ บาเยิร์น นี่เป็นการแพ้ในเกมลีกนัดแรกของฤดูกาล และทำให้ต้องตกจากตำแหน่งจ่าฝูง ปล่อยให้ทีมม้ามืด ไลป์ซิก แซงขึ้นนำกลายเป็นความฮือฮาของศึก บุนเดสลีกา สัปดาห์นี้

ดอร์ทมุนด์ หมดสิทธิ์ใช้ผู้เล่นถึงห้ารายที่ยังรักษาอาการบาดเจ็บคือ มาร์เซล ชเมลเซอร์, มาร์โค รอยส์, เอริค ดวร์ม, เนเว่น ซูโบติช และ สเวน เบนเดอร์, ผู้รักษาประตู โรมัน เบือร์กี้, คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส กับ มัทธีอาส กินเทอร์, แบ็คซ้าย ราฟาแอล แกร์เรยโร่, แบ็คขวา ลูคัสซ์ พิซเซ็ค, แดนกลาง ยูเลี่ยน ไวเกิล, อุสมาน เดมเบเล่, กอนซาโล่ กาสโตร, มาริโอ เกิทเซ่, อันเดร เชือร์เล่, ศูนย์หน้าตัวเป้า ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง

บาเยิร์น มิวนิค ชวดใช้ อาร์เยน ร็อบเบน, คิงส์เล่ย์ โกมัน และ ฆาบี มาร์ตีเนซ ที่ยังบาดเจ็บอยู่ทั้งหมด, ผู้รักษาประตู มานูเอล นอยเออร์, คู่ปราการหลัง มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ กับ เยโรม บัวเต็ง, แบ็คซ้าย ดาวิด อลาบา, แบ็คขวา ฟิลิปป์ ลาห์ม, กองกลาง ติอาโก้ อัลกันตาร่า, ชาบี อลอนโซ่, อาร์ตูโร่ วิดาล, สามประสานในแนวรุก โธมัส มุลเลอร์, ฟร้องค์ ริเบรี่ และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ที่สนาม ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อันดับ 5 ที่ห้านัดหลัง ชนะ 2 เสมอ 3 ล่าสุดบุกถล่ม ฮัมบูร์ก ด้าน บาเยิร์น มิวนิค จ่าฝูง 5 นัดหลัง ชนะ 4 เสมอ 1 ล่าสุดทำได้แค่เสมอในบ้านกับ ฮอฟเฟ่นไฮม์ เกมนัดที่ 11 ของฤดูกาล บิ๊กแมตช์บุลเดสลีกา ในรังของเสือเหลือง ที่ผลงานดีขึ้นเรื่อยๆ ชนะมาสองเกมติด ส่วน เสือใต้ ผลงานก็ยอดเยี่ยมแม้นัดก่อนจะเสมอมา สถิติที่พบกันห้าครั้งหลังสุดเป็น บาเยิร์น ทำได้ดีกว่าและพร้อมกว่า น่าจะเฉือนเอาชนะได้เลย

โด้แฮตทริก! “ชุดขาว” บุกถล่ม “ตราหมี” คาถ้ำ 3-0 นำฝูงโด่ง

ฟุตบอลลา ลีกา สเปน
วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2559
แอต.มาดริด 0-3 เรอัล มาดริด
สนาม : บิเซนเต้ กัลเดร่อน

เปิดเกมมา 12 นาที ทีมเยือนได้ลุ้นขึ้นนำ มาร์เชโล่ เติมขึ้นมาทางซ้ายก่อนโยนบอลจากริมเส้นเข้าเขตโทษ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้โขกเต็มหัว บอลไปตรงตัว ยาน โอบลัค นายด่านเจ้าถิ่นปัดไว้ได้

นาทีที่ 23 “ราชันชุดขาว” ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะ 30 หลา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตะบันด้วยขวาเต็มข้อ บอลแฉลบกำแพง เปลี่ยนทางเข้าประตูไปช่วยให้ เรอัล มาดริด ออกนำ 1-0

นาทีที่ 31 ทีมเยือนเกือบได้ประตูเพิ่ม อีสโก้ แทงบอลทะลุช่องให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาในเขตโทษ แต่ไปตรงตัว ยาน โอบลัค รับเข้าซองไว้ได้ หมดครึ่งแรก เรอัล มาดริด ออกนำก่อน 1-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 47 เจ้าถิ่นได้ลุ้นตีเสมอ ยานนิค การ์ราสโก้ ฉกบอลจาก ลูคัส บาซเกซ ก่อนลากจี้เข้าหาเขตโทษ แล้วปั่นด้วยขวาไปที่เสาไกล บอลหลุดเสานิดเดียว

เจ้าบ้านเกือบได้ประตูตีเสมออีก นาทีที่ 50 อองตวน กรีซมันน์ ได้หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนยิงตามน้ำด้วยซ้ายทันที แต่ เกย์ลอร์ นาวาส ปัดทิ้งออกไปได้

นาทีที่ 71 กลายเป็นทีมเยือนที่มาได้ประตูหนีห่าง สเตฟาน ซาวิช ไปเสียบ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ล้มในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด เรอัล มาดริด นำห่าง 2-0

นาทีที่ 77 ทีมเยือนหนีไปไกล 3-0 จากจังหวะสวนกลับเร็ว อิสโก้ ดีดต่อให้ แกเร็ธ เบล ใช้ความเร็วสปีดพาบอลไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนเปิดมาที่เสาสอง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เติมมากระโดดแปด้วยขวาเข้าประตูไป เป็นแฮตทริกของดาวเตะโปรตุกีสในเกมนี้

จบเกม “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด โชว์ฟอร์มร้อนแรง บุกไปถล่ม แอต.มาดริด 3-0 เก็บสามแต้มสำคัญ นำโด่งเป็นจ่าฝูงโดยทิ้ง บาร์เซโลน่า รองจ่าฝูงห่างเป็น 4 คะแนน

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
แอต.มาดริด (4-4-2) : ยาน โอบลัค – ฆวนฟราน ตอร์เรส, สเตฟาน ซาวิช, ดีเอโก้ โกดิน, ฟิลิเป้ ลุยส์ กาสมีร์กี้ – ซาอูล ญีเกซ, โกเก้, กาบี เฟร์นานเดซ (กัปตันทีม), ยานนิค แฟร์เรยร่า การ์ราสโก้ – อองตวน กรีซมันน์, เฟร์นานโด ตอร์เรส
เรอัล มาดริด (4-4-2) : เคย์ลอร์ นาวาส – ดาเนียล การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, นาโช่ เฟร์นานเดซ, มาร์เชโล่ วิเอยร่า (กัปตันทีม) – ลูก้า โมดริช, มาเตโอ โควาชิช – แกเร็ธ เบล, อีสโก้, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ – ลูกัส บาซเกซ
ผู้ตัดสิน : ดาบิด เฟร์นานเดซ บอร์บาลาน

ผลการแข่งขันในคู่อื่นๆ
เรอัล เบติส 2-0 ลาส ปัลมาส
ลา คอรุนญ่า 2-3 เซบีย่า
บาร์เซโลน่า 0-0 มาลาก้า
เออิบาร์ 1-0 เซลต้า บีโก้

เก็บเพิ่มแต้มเดียว! “หงส์แดง” เจาะไม่เข้า “นักบุญ” เปิดบ้านยัน 0-0

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2559
เซาธ์แฮมป์ตัน 0-0 ลิเวอร์พูล
สนาม : เซนต์ แมรี่ส์ สเตเดี้ยม

เริ่มเกมมาแค่ 3 นาที เจ้าบ้านได้โอกาสก่อน จากลูกยิงของ ไรอัน เบอร์ทรานด์ แต่บอลไปติดบล็อกผู้เล่นทีมเยือนออกหลัง

ลิเวอร์พูลยังทำอะไรไม่ได้ในช่วง 20 นาทีแรก บอลส่วนใหญ่อยู่ในแดนกลาง ขณะที่นักเตะนักบุญเข้าหาบอลเร็วทำให้ทีมเยือนเล่นไม่ถนัด

กระทั่งนาทีที่ 28 ซาดิโอ มาเน่ เกือบยิงทีมเก่า แต่ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ พุ่งปัดออกหลังได้ เป็นโอกาสหนแรกในเกมนี้ของหงส์แดง

นาที 35 บูฟาลจ่ายคืนหลังจากกลางสนาม ถูกฟีร์มีโน่ฉกได้ก่อนจังหวะสุดท้ายมาเน่ปิดเข้าเขตโทษ แต่โซอาเรสตามลงมาเคลียร์พ้นอันตราย

ก่อนหมดครึ่งแรก 5 นาที ลิเวอร์พูลเกือบขึ้นนำนจากการประสานงานจังหวะเดียวที่ยอดเยี่ยม ก่อนมาเน่หลุดขึ้นทางขวาในเขตโทษ แต่จังหวะซัด เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ตามลงมาสไลด์บล็อกทันหวุดหวิด จบครึ่งแรก เสมอกัน 0-0

กลับมาเล่นครึ่งหลังลิเวอร์พูลเปิดเกมรุกใส่ทันแค่ 4 นาทีน่าจะได้ประตูขึ้นนำ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ จ่ายบอลทะลุแนวรับเจ้าบ้านให้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ หลุดไปยิงในกรอบเขตโทษแต่โดนไม่ดีบอลปลิ้นเท้าออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

ต่อจากนั้นสามนาทีได้หงส์แดงได้ลูกฟรีคิกกราบขวาของสนาม ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เปิดโค้งไปหน้าประตู โฌแอล มาติป พุ่งเข้าจะชารจ์แบบจ่อๆ แต่แนวรับทีมเดอะ เซนต์ส สกัดไว้ได้หวุดหวิด

หลังจากนั้นรูปเกมเป็นลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่พับสนามบุกอยู่ฝ่ายเดียวนาที 65 เอ็มเร่ ชาน ได้บอลหลุดไปยิงด้วยซ้ายบอลบดหลุดผ่านเสาออกหลังไปอีก

ช่วงท้ายเกมนาที 80 แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ตัวสำรองลากบอลไปสุดเส้นด้านซ้ายก่อนตักมาเสาไกล เนธาเนียล ไคลน์ วิ่งมาโขกข้ามคาน

จบเกม เซาธ์แฮมป์ตัน เปิดบ้านยันเสมอ ลิเวอร์พูล 0-0 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้ม

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เซาธ์แฮมป์ตัน (4-4-2) : เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์, เซดริค โซอาเรส, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, โชเซ่ ฟอนเต้, ไรอัน เบอร์ทรานด์, สตีเว่น เดวิส, โอริโอล โรเมว, ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, โซฟียาน บูฟาล, ชาร์ลี ออสติน, เนธาน เร้ดมอนด์
ลิเวอร์พูล (4-3-3) : ลอริส คาริอุส, เนธาเนียล ไคลน์, โฌแอล มาติป, เดยัน ลอฟเรน, เจมส์ มิลเนอร์, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เอ็มเร่ ชาน, ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่
ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคลตเทนเบิร์ก

ผลการแข่งขันในคู่อื่นๆ
แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 อาร์เซน่อล
วัดฟอร์ด 2-1 เลสเตอร์ ซิตี้
ซันเดอร์แลนด์ 3-0 ล์ ซิตี้
สโต๊ค ซิตี้ 0-1 บอร์นมัธ
เอฟเวอร์ตัน 1-1 สวอนซี ซิตี้
คริสตัล พาเลซ 1-2 แมนฯ ซิตี้
สเปอร์ส 3-2 เวสต์แฮม

สยบข่าวลือ! “โรนัลโด้” ต่อสัญญาค้าแข้ง “ราชันชุดขาว” ถึงปี 2021


คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะชื่อก้องโลกของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ทีมดังในลา ลีกา สเปน ตกลงต่อสัญญาค้าแข้งกับสโมสร ออกไปจนถึงปี 2021 อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

พร้อมรับค่าเหนื่อยสูงถึง 500,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 24 ล้านบาท หลังเซ็นสัญญา กัปตันทีมชาติโปรตุเกส กล่าวว่า “ผมมีความสุขที่สโมสรแห่งนี้ และต้องการอยู่ค้าแข้งต่อไป แต่นี่จะไม่ใช่สัญญาฉบับสุดท้ายของผมในเกมลูกหนัง”

“ผมต้องการเล่นไปจนกระทั่งอายุ 41 ปี มีครั้งหนึ่งผมเคยเจอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ตำนานของสโมสรผู้ล่วงลับ ที่นี่ซึ่งเค้าบอกกับผมว่า “เดินหน้าต่อไปแบบแชมเปี้ยนส์ นายจะเป็นนักเตะผู้ยิ่งใหญ่”

โดยก่อนหน้านี้ เจ้าตัว ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับการย้ายทีมมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อดีตต้นสังกัดเก่า และ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมมหาเศรษฐีในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส ที่พร้อมทุ่มเงินมหาศาล เพื่อคว้าตัวไปร่วมทัพ แต่การเซ็นสัญญาครั้งนี้ก็ยุติข่าวลือได้ทั้งหมด

เล่นพนันกีฬา คาสิโนออนไลน์ หวยออนไลน์ กับเว็บไซต์ชั้นนำ กับเราได้ที่นี่ สมัครง่ายโปรโมชั่นดี มีพนักงานบริการ 24 ชั่วโมง แทงบอลออนไลน์ กับเว็บไซต์ชั้นนำ และบริการอื่นๆ อีกมากมาย

ข่าวจากเวียดนาม : “ทีมที่มีสิทธิ์เอาชนะไทยในซูซูกิ คัพ 2016?!”

ในขณะนี้ถือว่าคู่แข่งทีมใดๆ สามารถแพ้และชนะไทยได้หมด มันหมายความว่าคู่แข่งทุกทีมในสาย A สามารถต่อกรกับไทยได้ อย่างน้อยก็ในการชิงตั๋วเข้ารอบรองฯ

ทีมอินโดฯและสิงคโปร์สามารถทำให้ไทยลำบากได้ในละแวกนี้ แต่ถ้าเลือกสักทีมที่ทำให้ไทยลำบากได้มากสุดในสาย A นั่นคือ ฟิลิปปินส์ จริงๆแล้วใน AFF 2014 ทีมฟิลิปปินส์เกือบทำได้ในรอบรองฯนัดแรกกับไทย

หนนั้น เจมส์ ยังฮัสบันด์ และเพื่อนๆเสมอไทย 0-0 ในนัดแรกที่ฟิลิปปินส์ ก่อนจะมาพ่ายที่กรุงเทพฯ แน่นอนว่าฟิลิปปินส์ที่มีผู้เล่นเชื้อสาย ดัตช์, เยอรมัน, อังกฤษ และญี่ปุ่น นั้นถือเป็นเต็งแชมป์ทีมหนึ่งใน AFF 2016 นี้
เมื่อปีที่แล้ว ฟุตบอลฟิลิปปินส์ได้ตั้งเป้าเอาชนะการเป็นจ้าวของไทยให้ได้ นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมโค้ชโธมัส ดูลี่ จึงได้รับพันธกิจ 2 อย่างจาก PFF นั่นคือ ข้อแรก เอาชนะไทย และตามด้วยการเข้ารอบรองฯ ซึ่งฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพร่วม AFF เป็นหนแรก ในขณะนี้การเอาชนะไทยนั้นค่อนข้างยาก

ในขณะเดียวกัน อินโดนีเซียก็เพิ่งได้รับข่าวร้ายที่กองกลาง เออร์ฟาน บัคดิม เจ็บจากการซ้อมดังนั้นโค้ชริดเดิ้ลจึงต้องเปลี่ยนแท็คติกในการเจอไทย, สิงคโปร์ และ ฟิลิปปินส์ ดังนั้น โอกาสที่อินโดฯจะเอาชนะไทยจึงเกือบเป็นไปไม่ได้
ในมุมมองเกจิบอลอาเซียนหลายคนมองว่า เวียดนามคือคู่แข่งที่เหมาะสมที่สุดของไทยในการป้องกันแชมป์ AFF จากฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวาก่อนทัวร์นาเม้นท์ และด้วยการเล่นที่แน่นหนา ผู้คนจึงกล้าเสี่ยงทายว่าไม่มีใครอื่นนอกจากเวียดนามที่จะชนะไทยในรอบรองฯหรือรอบชิงฯก็ตาม

ไม่ได้โม้นะ แต่เป็นที่แน่ชัดนับแต่ต้นปีมาว่า 2 ทีมที่มีสิทธิ์เอาชนะความเป็นจ้าวอาเซียนของไทยในปีนี้คือ ฟิลิปปินส์และเวียดนาม

ลามถึงรุ่นน้องแล้ว! “เรือใบ” ทีมเล็ก 3 รุ่นถล่ม “ผีแดง” เละเทะ 5-0, 6-0, 9-0

ไม่รู้ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รุ่นพี่อายแทนรุ่นน้องบ้างมั๊ย หลังทัพ “ปีศาจแดง” รุ่นจิ๋ว 3 รุ่น แพ้ให้กับอริร่วมเมืองอย่าง “แมนเชสเตอร์ ซิตี้” ด้วยสกอร์ขาดลอยถึง 0-5, 0-6 และ 0-9

หากจะกล่าวว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเกาะอังกฤษเลยก็ไม่ผิด ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานของสโมสรที่ประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย แต่ไม่กี่ปีหลังมานี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สร้างทีมขึ้นมาเทียบรัศมีได้อย่างน่าประทับใจ หลังการเข้ามาของมหาเศรษฐีจากตะวันออกกลาง ทีมมีเทคโนโลยีการฝึกซ้อมที่ทันสมัย รวมถึงมีอะคาเดมีของทีมด้วย

ล่าสุดก็สามารถพูดได้เต็มปากแล้วว่า ทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คืออีกหนึ่งสโมสรที่ยิ่งใหญ่ และเต็มไปด้วยนักเตะที่มีคุณภาพ หลังทีมจากอะดาเดมีอย่าง ยู 13, ยู-14 และ ยู-15 เอาชนะทีมร่วมเมืองอย่างทัพ “ปีศาจแดง” ด้วยสกอร์ที่ถล่มทลาย 5-0, 6-0 และ 9-0 ตามลำดับ

“ซิโก้” : “เราจะเล่นให้สนุก รักษามาตรฐาน และแข่งกับตัวเองในเอเอฟเอฟ คัพ”

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เข้าร่วมแถลงข่าวความพร้อมก่อนเริ่มต้นทัวร์นาเม้นท์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน 2016 ณ โรงแรมมาร์โค โปโล ออร์ติกา มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ พร้อมกับคู่แข่งร่วมกลุ่มเอ ว.สุนทรมูรติ กุนซือทีมชาติสิงคโปร์, โธมัส ดูลีย์ กุนซือทีมชาติฟิลิปปินส์ และ อัลเฟรด รีเดิ้ล เฮดโค้ชทีมชาติอินโดนีเซีย

กุนซือช้างศึก กล่าวในการแถลงข่าวว่า “ทีมของเราค่อนข้างทำงานกันอย่างหนัก เพราะต้องเตรียมลงเล่นฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก และรายการนี้ แต่ทุกคนก็พยายามทำให้ดีที่สุด พยายามแข่งกับตัวเองและรักษามาตรฐานของทีมชาติไทย เพื่อพัฒนาฟุตบอลในอาเซียนให้พัฒนาไปด้วยกัน ก็หวังว่าการแข่งขันครั้งนี้จะสนุกและจะทำให้ดีที่สุด”

ทีมชาติไทย จะประเดิมสนามพบ อินโดนีเซีย ในรายการนี้ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 ที่ ฟิลิปปินส์ สปอร์ต สเตเดี้ยม เวลา 15.30 น.

“เราให้เกียรติอินโดนีเซีย เพราะเขาเป็นทีมที่แข็งแกร่ง เราเจองานยากเสมอเมื่อแข่งขันกับอินโดนีเซีย และทุกๆทีม ฉะนั้นไม่มีงานง่ายสำหรับเราแน่นอน”

“เราได้เห็นอินโดนีเซียอุ่นเครื่องกับเวียดนามและพม่า ในลีกของอินโดฯก็มีนักเตะที่ดี ฉะนั้นเราไม่ได้โฟกัสที่รายบุคคล เราก็จะดูรูปแบบวิธีการเล่นของอินโดนีเซีย ซึ่งเราเห็นแล้วว่า การที่ไปเล่นสองเกมที่อุ่นเครื่องก็สามารถทำได้ดี”

ซิโก้ กล่าวถึงเป้าหมายในฐานะแชมป์เก่าว่า “เราต้องการเป็นแชมป์เพื่อที่จะถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เพราะสองปีที่แล้วพระองค์ท่านได้ทอดพระเนตรและให้กำลังใจพวกเรา แต่ครั้งนี้พระองค์ท่านเสด็จสวรรคต ซึ่งสิ่งที่จะทำให้แฟนบอลชาวไทยมีความสุข และเราก็หวังว่าพระองค์ท่านจะได้ทอดพระเนตรจากสรวงสวรรค์ ฉะนั้นเกมทุกเกมเราจะให้เกียรติคู่ต่อสู้ มีสปิริต และเล่นให้สวยงามที่สุดเท่าที่จะทำได้”

“เรื่องของกัปตันทีม เราให้เกียรติพี่มุ้ย(ธีรศิลป์ แดงดา) เพราะพี่มุ้ยเล่นทีมชาติมาตั้งแต่ก่อนพี่โก้รีไทร์ และเราคิดว่าพี่มุ้ย มีคุณสมบัติ มีประสบการณ์ เราจึงอยากให้พี่มุ้ยได้รับเกียรตินี้ เพื่อเป็นเกียรติประวัติที่ดี และน้องๆทุกคนก็เห็นว่าเหมาะสม ส่วน อุ้ม ธีราทร ก็ยังเป็นในส่วนของฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก อยู่แล้ว”

“ถ้าอยากรู้ว่าจะโรเตชั่นรึป่าวก็ต้องติดตามดูพรุ่งนี้” กุนซือช้างศึก ทิ้งท้ายหลังถูกถามเรื่องโอกาสในการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นจากเกมเสมอออสเตรเลีย 2-2

สถานีต่อไป! “เรือ” เต็งฉุด “เมสซี่” ร่วมทัพ, “ผี” ไม่แย่ง แต่อยากมาก็พร้อมรับ

สื่อต่างแดนพากันประโคมข่าว หลังจากที่ ลิโอเนล เมสซี่ แข้งซูเปอร์สตาร์ชื่อก้องโลก ปฏิเสธที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่กับ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า 2 ครั้ง 2 ครา และครั้งล่าสุด โดยยกให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เต็งจ๋าที่จะได้ครอบครอง เป็นสถานีต่อไปของดาวเตะวัย 29 ปีกัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่า

หลังจาก ลิโอเนล เมสซี่ แข้งซูเปอร์สตาร์ชื่อก้องโลก ปฏิเสธที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่กับ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า 2 ครั้ง 2 ครา และครั้งล่าสุด ที่มีข่าวออกมาอีกว่ากัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่า เรียกค่าเหนื่อยสูงถึง 825,000 ปอนด์ (ราว 37 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ในสัญญาฉบับใหม่

ทำให้เกิดกระแสข่าวว่าถิ่นคัมป์ นู อาจต้องเสียเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย และทีมที่มีโอกาสได้ครอบครอง เมสซี่ ก็มีไม่กี่สโมสร แต่สื่อยกให้ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เต็งจ๋ามีโอกาสมากสุด เป็นสถานีต่อไปของดาวเตะวัย 29 ปี ด้วยเหตุผลที่ทีมมีเงินมหาศาลและพร้อมสู้จ่ายค่าเหนื่อย

และยังจะได้กลับมาร่วมงานกับอดีตนายเก่าอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ตอนนี้กุมบังเหียนนายใหญ่ประจำถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม และอีกประการคือ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่อริร่วมเมือง จะไม่แย่ง เพราะเข้าใจดีถึงสถานการณ์นักเตะอยากสวมเสื้อ “เรือใบ” มากกว่า “ผีแดง” ยกเว้นแต่ว่าเจ้าตัวสนใจอยากย้ายมาเล่นด้วย