ทีมแพทย์เผยอาการ “เมสัน” ดีขึ้นมาก

ทีมแพทย์เผยอาการ เมสัน ดีขึ้นมาก

เกาะติดอาการ! ไรอัน เมสัน มิดฟิลด์ของ ฮัลล์ ซิตี้ สโมสรในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ได้รับบาดเจ็บกะโหลกศรีษะร้าว จากการปะทะกับ แกรี่ เคฮิลล์ ปราการหลัง เชลซี ในเกมลีกนัดที่ต้นสังกัดบุกไปแพ้ “สิงห์บลูส์” 0-2 ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา

แข้งวัย 25 ปี ผู้โคร้ายมีอาการกะโหลกร้าว ทำให้เขาต้องเข้ารับการผ่าตัดเป็นการด่วนที่โรงพยาบาลเซนต์ แมรี่ส์ ซึ่งทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ล่าสุดเจ้าตัวได้สติกลับมาแล้ว โดย มาร์ค วอลเลอร์ หนึ่งในทีมแพทย์ของสโมสรเผยว่า “อาการของเขาดีขึ้นมาก แต่ยังต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ในโรงพยาบาล เขาดีใจมากที่ได้พบกับทุกคนที่มาเยี่ยม”

ด้าน ฮัลล์ ซิตี้ สโมสรต้นสังกัดได้ออกแถลงการณ์ว่า “ไรอัน เมสัน มีสติและสามารถพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้แล้ว โดยจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล เซนต์ แมรี่ส์ ทางสโมสรจะไม่ทอดทิ้งเขา และจะติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เราขอให้ทุกคนเคารพเขา และขอความเป็นส่วนตัวกับครอบครัวของเขาขณะที่ยังอยู่ที่โรงพยาบาล”

“คูตินโญ่” จรดปากกาเซ็นสัญญายาว

สยบข่าวลือชิ่งหงส์

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศผ่านเว็บไซต์สโมสรว่าได้ต่อสัญญากับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ดาวเตะตัวเก่งทีมชาติบราซิล ด้วยสัญญาระยะยาวเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันพุธที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา

ดาวเตะแซมบ้า ย้ายเข้ามาร่วมถิ่นแอนฟิลด์ เมื่อปี 2013 และทำผลงานได้อย่างสุดยอด จนก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีม ก่อนที่ช่วงหลังจะตกเป็นข่าวว่า บาร์เซโลน่า สโมสรแกร่งแดนสเปน กำลังจ้องที่จะฉกตัวไปร่วมทีม

อย่างไรก็ตามล่าสุด มิดฟิลด์วัย 24 ปี ได้จรดปากกาเซ็นสัญญาระยะยาวค้าแข้งกับทีมออกไป โดยแหล่งข่าวของเมืองได้เผยว่า เจ้าตัวจะอยู่ค้าแข้งกับทีมออกไปอีก 5 ปี (ถึงปี 2022) พร้อมรับค่าเหนื่อยมากขึ้นถึง 150,000 ปอนด์ ซึ่งมากที่สุดในสโมสร

สำหรับสัญญาใหม่จะมีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป โดยดาวเตะแซมบ้า เผยว่า “ผมอยากขอบคุณทุกๆ คนที่สโมสรแห่งนี้ ผมมีความสุขที่ได้เซ็นสัญญาที่นี่ นี่คือสโมสรที่ผมปลื้ม และผมก็แสดงให้เห็นถึงความสุขมาตลอด ผมจะทำงานหนักเพื่อตอบแทนความเชื่อมั่นที่พวกเขามีให้ผม โดยเฉพาะแฟนๆทุกคนที่พร้อมอ้าแขนต้อนรับผม ตั้งแต่วันแรก”

หงส์แดง ปล่อย มาร์โควิช ให้ ฮัลล์ ซิตี้ ยืมตัวเรียบร้อย จนจบฤดูกาล

BREAKING

เดอะ ไทเกอร์ส ฮัลล์ ซิตี้ จัดการคว้าตัว ลาซาร์ มาร์โควิช นักเตะในสังกัดของ ลิเวอร์พูล ที่หลาย ๆ คนอาจลืมไปแล้ว เพราะถูกปล่อยยืมให้กับ เฟเนร์บาห์เช และ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในช่วงที่ผ่านมา

แต่ทาง สปอร์ติ้ง ลิสบอน หนึ่งในสโมสรยักษ์ใหญ่แห่ง โปรตุเกส ได้ทำการส่งนักเตะรายนี้คืนให้กับ ลิเวอร์พูล เนื่องจากไม่ต้องการแบกภาระในการจ่ายค่าตัวให้กับดาวเตะชาวเซิร์บวัย 22 ปี

โดย มาร์โก ซิลวา บอสใหญ่ของ ฮัลล์ ซิตี้ นั้นรู้จักมักคุ้นในความสามารถของ มาร์โควิช เป็นอย่างดี เพราะเคยคุมทีมใน โปรตุเกส เจอกับแข้งรายนี้ตั้งแต่เล่นอยู่กับ เบนฟิก้า มาแล้ว

มาร์โควิช ย้ายจาก เบนฟิก้า มาร่วมถิ่น แอนฟิลด์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ 2014 ด้วยสนนราคา 20 ล้านปอนด์ แต่ไม่อาจแจ้งเกิดได้สำเร็จ

โดยซีซันก่อนก็เพิ่งย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับ เฟเนร์บาห์เช และส่งต่อให้ สปอร์ติ้ง ลิสบอน และตอนนี้ก็ถูกส่งให้ ฮัลล์ ซิตี้ ยืมต่อไปจนจบฤดูกาล

“เมมฟิส เดปาย” ตัวตนที่หลงลืม

เมมฟิส เดปาย ตัวตนที่หลงลืม

อาชีพนักฟุตบอลอาจทำรายได้มากมายมหาศาลก็จริงอยู่ แต่ใช่ว่าบนกองเงินกองทองที่ได้รับจะไม่มีความเสี่ยงรออยู่ ซึ่งความเสี่ยงที่ว่ามันคือปัจจัยสำคัญสำหรับแข้งดาวรุ่งทุกคน

เมมฟิส เดปาย ก็ไม่ต่างกัน หลังแบกความคาดหวังจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น สู่หนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เส้นทางการค้าแข้งของดาวเตะวัย 22 ปี ควรจะโรยไปด้วยกลีบกุหลาบ

อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพแวดล้อมที่แตกต่างออกไป โดยเฉพาะการโดนจับตามองจากสื่ออังกฤษ ดูเหมือนว่าทิศทางการค้าแข้งของ เดปาย จะตรงกันข้ามกับสิ่งที่บอร์ดบริหาร “ปิศาจแดง” คาดหวัง
ซึ่งเมื่อการออกสตาร์ตชีวิตในอังกฤษเริ่มต้นด้วยความขรุขระ ก้าวต่อไปของ เดปาย จึงยากมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกการกระทำของเขากลายเป็นที่จับตามอง ไม่เว้นแม้แต่ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต

ผลสุดท้ายจากว่าที่ยอดนักเตะเจเนอเรชั่นส์ใหม่ของวงการฟุตบอลดัตช์ เดปาย กลายเป็นเพียงไอ้ขี้แพ้อีกคนหนึ่งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด กลายเป็นส่วนเกินที่ โจเซ่ มูรินโญ่ ไม่ต้องการทว่าในเรื่องราวร้ายๆ ย่อมมีปลายทางที่สดใสรออยู่เสมอ เดปาย เองก็เช่นกัน หลังนั่งตูดด้านในโรงละครแห่งความฝัน เป็น โอลิมปิก ลียง ที่มองเห็นคุณค่าในตัวเขา จัดแจงยื่นข้อเสนอ 21.6 ล้านปอนด์ ปิดดีลนี้รับปี 2017

ฌอง มิแชล โอลาส ประธานสโมสรลียง กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “เราพร้อมเดิมพันกับนักเตะที่ต้องการแสดงพรสวรรค์ของตัวเองออกมา ซึ่งเราต้องไม่ลืมว่าเมมฟิส เดปาย เคยมีขวบปีอันแสนวิเศษกับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น”

“มันเป็นความจริงที่เขาเป็นส่วนเกินของโจเซ่ มูรินโญ่ ทำให้เรามีโอกาสได้เจรจากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ดีลนี้เปรียบเสมือนความฝัน เพราะเขาเป็นนักเตะที่มีคุณสมบัติตามที่เรามองหา”

แน่นอนว่าการย้ายมาลียงครั้งนี้ เดปาย โดน โอลาส ตั้งความหวังเอาไว้ค่อนข้างสูง ซึ่งไม่ต่างจากเมื่อคราวที่เขาเก็บข้าวของอำลาบ้านเกิดมาร่วมทัพแมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อซัมเมอร์ 2015

มิลานทำตัวเอง

มิลานทำตัวเอง

บิ๊กแมตช์ที่จูเซ็ปเป้ เมี้ยซซ่า เมื่อคืนวันเสาร์ เชื่อว่าขุนพล ‘ปีศาจแดงดำ’ เอซี มิลาน และแฟนบอลคงจะเซ็งกันไม่น้อยที่ทีมเล่นดี แต่แพ้นาโปลีคาบ้าน

เข้าทำนองเล่นดีไม่ชนะ (มิลาน) เล่นไม่ดีแต่ชนะ (นาโปลี) ที่ได้ยินกันมานานในวงการฟุตบอล คราวนี้โชคร้ายเป็นของมิลานครับที่ไปอยู่ในฝ่ายที่ไม่ชนะ หลังจากที่ที่ผ่านมามีอยู่บ้างเหมือนกันที่เล่นไม่ดีแต่เก็บ 3 คะแนนได้

ถ้าเอาเกม 10 นาทีแรกออก มิลานคงจะเป็นฝ่ายชนะครับ เนื่องจากเกมนี้พวกเขาเสีย 2 ประตูตั้งแต่ไก่โห่ เพราะความกระหายที่จะขึ้นนำมากซะจนขาดความรัดกุม

ด้วยสปิริตนักสู้ นักเตะของมอนเตลล่า ฮึดกลับมาสู่เกมได้จากการยิงของยูราย คุชก้า ช่วงท้ายครึ่งแรก หลังจากนั้นก็บุกต่อเนื่อง และสร้างโอกาสตีเสมอได้หลายครั้งหลายหน แต่โชคดูเหมือนว่าจะอยู่ทีมเสื้อสีฟ้ามากกว่า

มิลานบุกแบบผลีผลามทำให้พวกเขาเสีย 2 ประตู ขณะที่นาโปลี ก็ย่ามใจที่นำ 2-0 แล้วก็คิดว่าสบายตัวแล้ว ทว่าครึ่งหลังโดนกดดันหนัก เกือบจะเสียประตูที่สองเช่นกัน สรุปได้ว่าสองทีมผิดพลาดด้วยกันทั้งคู่

“ชากา” โดนแดง 9 ใบ ในรอบ 2 ปีเศษ

ขาโหดตัวจริง!

กรานิต ชากา กองกลางของ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล สโมสรดังในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลายเป็นเจ้าของสถิติผู้เล่นที่โดนใบแดงถึง 9 ใบ ในช่วงระยะเวลาเพียงแค่ 2 ปี เศษ หลังโดนใบแเดงในเกมล่าสุดนัดที่ต้นสังกัดเปิดบ้านเฉือนเอาชนะ เบิร์นลีย์ หวุดหวิด 2-1 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา

การถูกไล่ออกของ ดาวเตะทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ถือเป็นครั้งที่ 2 ของเจ้าตัว นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทัพ อาร์เซน่อล และหากย้อนสถิติไปนับจากเดือนเมษายน ปี 2014 เป็นต้นมา เจ้าตัว โดนไล่ออกจากสนามมาแล้วถึง 9 ครั้ง

ซึ่งล่าสุด อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีม ออกมาเรียกสติ กรานิต ชาก้า กองกลางวัย 24 ปี ว่าต้องรู้จักควบคุมตัวเอง และรู้จักคิดให้มากกว่านี้

“เขาต้องควบคุมการเล่น และไม่ทำให้ทีมเสียหายจากความเลินเล่อ และการเข้าสกัดของเขา เราไม่กระตุ้นให้กองกลางเข้าสกัดแบบบนั้น เราอยากให้พวกเขายืนปักหลักและไม่ฟาวล์แบบนั้น เพราะฉะนั้น หากมันเป็นการเข้าสกัดที่ย่ำแย่มันก็ต้องเป็นใบแดง” เวนเกอร์ กล่าว

ทางเลือกตลอดชีวิตของ “เจอร์ราร์ด”

เจอร์ราร์ด

“เดอะ บู๊ทรูม” (The Boot Room) คือคำที่สาวกหงส์แดงรู้จักกันดีที่ต้องนึกถึงบรรดาสตาฟ์โค้ชหรืออดีตสตาฟ์โค้ชของทีมทีมเคยเป็นนักเตะของทีมมาก่อนซึ่งพอเลิกเล่นก็ยังทำงานกับสโมสรในฐานโค้ชหรือบางคนอาจจะเป็นผู้จัดการทีมด้วยซ้ำอย่าง “บ็อบ เพลสลีย์” “โจ ฟลาแกน” “เคนนี่ ดังกลิช” หรือ “ฟิล ธอมป์สัน”

ปัจจุบันคำว่า “บู๊ทรูมสตาฟ์” (Boot Room Staff) ยังคงใช้อยู่ในกรณีที่มีอดีตนักเตะของทีมมาทำงานเป็นโค้ชให้กับสโมสร ซึ่งที่มาที่ไปมาจากห้องเก็บรองเท้าฟุตบอลเล็กๆของห้องแต่งตัวในสนามแอนฟิลด์สมัยก่อนที่ “บิล แชงลีย์” อดีตผู้จัดการทีมที่ยิ่งใหญ่ของสโมสรใช้ห้องนี้เป็นห้องประชุมของบรรดาโค้ชเรื่องแผนการเล่นต่างๆ ถือว่าเป็นห้องศักดิ์สิทธิ์ห้องนึงในยุคทองของทีมช่วงทศวรรษ 80

อย่างไรก็ตามเมื่อมีการปรับปรุงภายในสนามแอนฟิลด์ ห้องบู๊ทรูมดั้งเดิมถูกทุบทิ้งในช่วงต้นยุคทศวรรษ 90 เหมือนมีอาถรรพ์ที่คนภายในทีมเชื่อว่ากันว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้ทีมไม่เคยประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ “พรีเมียร์ลีก” ได้เลยจนถึงปัจจุบัน ทั้งๆที่ประสบความสำเร็จทุกรายการมากแล้วไม่ว่าจะ “ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก” “ยูโรป้าลีก” (ยูฟ่า คัพ) “เอฟเอ คัพ” หรือ “ลีกคัพ”

สมัยก่อนคำว่า “บู๊ทรูม” หมายถึงห้องประชุมของผู้จัดการทีมและโค้ชแต่ปัจจุบันให้ความหมายว่า ต้องเป็นอดีตนักเตะของสโมสรด้วย ที่เขียนถึงเรื่องนี้เพราะล่าสุด “สตีเว่น เจอร์ราร์ด” อดีตมิดฟิลด์หัวขิงที่สาวกเดอะค็อปยุคนี้รู้จัก ตัดสินใจกลับมาทำงานรับใช้สโมสรที่เค้ารักอีกครั้งในฐานะ สตาฟ์โค้ชเยาวชนของสโมสร

เรื่องนี้อาจจะเป็นข่าวดีที่สุดในรอบปีของทีมเลยก็ว่าได้ เพราะแฟนหงส์ทุกคนรู้ว่า “เจอร์ราร์ด” ยิ่งใหญ่ขนาดไหนและรักสโมสรแห่งนี้บางทีอาจจะมากกว่าชีวิตตัวเองซะอีก จากการลงรับใช้สโมสรในฐานะนักเตะถึง 710 นัด ยิงไป 186 ประตูในทุกรายการ พร้อมกับความสำเร็จทุกอย่างยกเว้น “แชมป์พรีเมียร์ลีก” เพียงอย่างเดียว

ก่อนหน้านี้อดีตกับตันของทีมคนนี้หวังจะแขวนสตั๊ดกับทีมในฐานะนักฟุตบอลที่เล่นสโมสรเดียวตลอดชีวิต แต่ก็พูดไม่ได้เต็มปากเพราะย้ายไปอยู่กับ “แอลเอ แกแล็กซี่” ด้วยความจำยอมฤดูกาลที่แล้วเนื่องจากไม่เป็นที่ต้องการของอดีตกุนซืออย่าง “เบรแดน ร็อดเจอร์” บางทีสำหรับแฟนๆของกับตันทีมเบอร์ 8 คนนี้ เรื่องที่ด่างพร่อยที่สุดของ “ร็อดเจอร์” คือการปฏิเสธที่จะต่อสัญญากับเจ้าตัวก็เป็นได้

มาถึงตรงนี้ไม่มีอะไรต้องพูดเกี่ยวกับความรัก ความภักดีของ “เจอร์ราร์ด” กับสโมสรที่มีอดีตยิ่งใหญ่ที่สุดสโมสรนึงในโลกแห่งนี้ เพราะการกระทำของเจ้าตัวตลอด 18 ปีในถิ่นแอนฟิลด์พิสูจน์ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ทั้งๆที่ช่วงระหว่างการค้าแข้งมีสโมสรยักษ์ใหญ่ของโลกมากมายพร้อมดึงเจ้าตัวไปร่วมทีมซึ่งมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในแง่การเป็นแชมป์มากกว่าอย่าง “เรอัล มาดริด” หรือ “เชลซี” แต่เจ้าตัวเลือกที่ “ปฏิเสธ” อย่างไม่ใยดี

เรื่องนี้ถือว่าเป็นผลดีกับทั้งสโมสรและตัวเจอร์ราร์ดเอง ที่แฟนๆเรียกร้องอย่ากให้ “เจอร์เก้น คลอปป์” นายใหญ่คนปัจจุบันดึงไปเป็นสตาฟ์โค้ชด้วยหลังประกาศเลิกเล่นเมื่อปลายปีที่แล้ว ถึงแม้ไม่ได้ทำหน้าที่ในทีมงานของ “คล็อปป์” แต่ก็ยังไม่ไม่ไปไหน อยู่กับทีมตามที่ใจอยากซึ่งเจ้าตัวสามารถพัฒนาตัวเองในฐานะโค้ชฟุตบอลกับสถานที่ที่เจ้าตัวเติบโตขึ้นมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ

ที่สำคัญการถ่ายทอด “แนวคิด” “ประสบการณ์” และ “จิตวิญญาณ” ของความเป็นเดอะค็อปให้กับนักเตะเยาวชนของทีมที่บางคนจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะของทีมอย่างเต็มตัวในอนาคต

สุดท้ายยินดีต้อนรับ “บู๊ทรูมสตาฟ์” คนใหม่ของทีมและอนาคตผู้จัดการทีมชุดใหญ่ของสโมสรกลับบ้านอีกครั้งครับ

“รูน” ผงาดดาวยิงตลอดกาล “ปีศาจแดง”

ทุบสถิติสำเร็จ

เวย์น รูนี่ย์ กองหน้ากัปตันทีมชาติอังกฤษ สังกัด “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก้าวขึ้นเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสรเป็นที่เรียบร้อย หลังยิงประตูช่วยทีมให้บุกไปไล่ตีเสมอ สโต๊ค ซิตี้ 1-1 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา

ดาวยิงร่างอ้วน กลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสรเป็นที่เรียบร้อย ที่จำนวน 250 ประตู แซงสถิติเก่าของตำนานอย่าง เซอร์ บ๊อบบี้ ชาร์ลตัน ที่ทำไว้ 249 ประตู

ทั้งนี้ ดาวยิงวัย 31 ปี ตัดสินใจเก็บข้าวของย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน มาค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2004 และลงสนามไปแล้วทั้งสิ้น 546 เกม

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังกลายเป็นนักเตะที่ยิงประตูทีมเยือนได้มากที่สุดในลีกอีกด้วย หลังทำไปแล้ว 88 ประตู มากกว่าแข้งคนใดในประวัติศาสตร์ วงการฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

โดยแซงเจ้าของสถิติเก่าอย่าง “ฮอตชอต” อลัน เชียเรอร์ ตำนานดาวยิงทีมชาติอังกฤษของ นิวคาสเซิ่ล ที่ทำไว้จำนวน 87 ประตู และ แฟรงค์ แลมพาร์ด 85 ประตู

“ลิเวอร์พูล” ฟอร์มแกว่งเปิดรังพ่าย “สวอนซี” 2-3

แพ้บ๊วยคาบ้าน!

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2016-17 นัดที่ 22 ของฤดูกาล ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 3 เปิดรังแอนฟิลด์ต้อนรับ สวอนซี ซิตี้ อันดับบ๊วยของตาราง

ผลปรากฏว่า “หงส์แดง” พ่ายคารังไปแบบช็อกแฟนบอล 2-3 หลังโดนนำก่อน 0-2 จากการเหมาของ เฟร์นันโด ยอเรนเต้ หัวหอกชาวสเปนของ “หงส์ขาว” นาที 48 และ 53

แม้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ หัวหอกทีมชาติบราซิลจะยิงคนเดียวสองประตูให้ทีมตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จ ในนาที 55 และ 69 แต่สุดท้ายก็มาโดนทีเด็ดจาก กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน จอมทัพทีมชาติไอซ์แลนด์ของทีมเยือนในนาที 74

หมดเวลาการแข่งขัน ลิเวอร์พูล พ่าย สวอนซี คาบ้าน 2-3 มี 45 คะแนนเท่าเดิม ส่วนสวอนซีมี 18 แต้ม กระโดดขึ้นมาอันดับ 17

“รูน” ซัดทดเจ็บ “ผีแดง” บุกเจ๊า “สโต๊ค” 1-1

ซูเปอร์ซับ!

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2016-17 นัดที่ 22 ของฤดูกาล สโต๊ค ซิตี้ ทีมอันดับ 9 เปิดสนามเบต 365 สเตเดี้ยม ต้อนรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 6 ของตาราง

ผลการแข่งขันปรากฏว่าเสมอกันไป 1-1 โดยเจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำก่อนตั้งแต่นาที 19 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ ฆวน มาต้า จอมทัพชาวสเปนของทีมเยือน ก่อนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

45 นาทีหลัง “ปีศาจแดง” บุกหนัก จนมาประสบความสำเร็จในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจาก เวย์น รูนี่ย์ ตัวสำรองที่ลงมาแทน มาต้า ช่วงกลางครึ่งหลัง

หมดเวลาการแข่งขัน สโต๊ค ซิตี้ เสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 ทำให้ “ช่างปั้นหม้อ” รั้งอันดับ 9 เท่าเดิม มี 28 คะแนน ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ด มี 41 คะแนน อยู่ที่ 6 เหมือนเดิมเช่นกัน