ฮือฮาสุด !! เมสซี่เจเตรียมโยกตะลุยเจลีก

“เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ เพลย์เมคเกอร์ตัวกลั่นทีมชาติไทยกำลังจะได้โอกาสย้ายไปค้าแข้งยัง เจ-ลีก แล้วในฤดูกาลหน้า หลังจากที่ คอนซาโดล ซัปโปโร ทีมใน เจ-ทู ที่กำลังจะได้สิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นใน เจ-ลีก ฤดูกาลหน้า ได้ติดต่อขอยืมตัวแข้งอัจฉริยะทีมชาติไทยไปร่วมทีม

ก่อนหน้านี้ เมสซี่เจ เองเคยได้โอกาสไปทดสอบฝีเท้ากับ ชิมิสึ-เอสพัลส์ มาแล้วในปี 2013 แต่ก็ต้องพลาดหวังไป ทว่าในครั้งนี้ดูทุกอย่างจะลงตัวไปแล้วด้วยดี หลังจากที่ผู้ใหญ่ของทางฝั่ง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เองก็เห็นดีเห็นงามด้วยกับการปล่อยยืมตัวไป 1 ฤดูกาล
โดย แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ นี้ระบุว่า ทางตัวของเมสซี่เจเองก็มีความใฝ่ฝันว่าอยากจะลองไปค้าแข้งใน เจ-ลีก ดูสักทีเพื่อทดสอบตนเองว่าดีพอไหมกับฟุตบอลในระดับที่สูงขึ้น นอกจากนั้นก็เพื่อพัฒนาตนเองจากที่เป็นอยู่ ซึ่งข่าวดีคือผู้ใหญ่ของต้นสังกัดนั้นก็โอเคแล้วด้วย

ทั้งนี้ คอนซาโดล ซัปโปโร เองก็ได้ยื่นข้อเสนอมาแล้วเรียบร้อยว่าจะขอยืมตัว ชนาธิป สรงกระสินธ์ ไปร่วมงานด้วย 1 ฤดูกาล ซึ่งหากผลงานถูกใจอาจจะมีออปชั่นเสริมต่อไป

ทีมชาติไทยออกเดินทางไปป้องกันแชมป์ ซูซูกิ คัพ

“ช้างศึก” ทีมชาติไทย ได้ยกพลเดินทางออกไปยังประเทศฟิลิปปินส์เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยเที่ยวบิน TG 624 เพื่อออกไปแข่งขัน และป้องกันแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ซึ่งทางกุนซือใหญ่ทีมชาติไทยก็ประกาศลั่นไทยต้องป้องกันแชมป์ให้ได้ แต่ว่าห้ามประมาทไม่ว่าทีมไหนก็ตาม จากรายงานของ fathailand.org เมื่อ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ทีมชาติไทย จะลงประเดิมสนามนัดแรกในการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 พบกับ อินโดนีเซีย ในวันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งทาง โค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ก็ยอมรับว่าทุกทีมแข็งแกร่งทั้งหมด และจะยิ่งแข็งแกร่งมากกว่าเดิมเมื่อเจอกับไทย เพราะทุกทีมต้องการจะล้มไทยลงให้ได้
เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กล่าวว่า “เมื่อวานพวกเราได้เห็นแล้วว่าน้อง ๆ ทุกคนวิ่งสู้ฟัด สร้างรอยยิ้มให้แฟนบอลชาวไทย ส่วนในรายการซูซูกิคัพ เราไปในฐานะแชมป์เก่า ซึ่งต้องป้องกันแชมป์ ฉะนั้นเป้าหมายเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากแชมป์ แต่เราจะไม่ประมาท เพราะทุกทีมในอาเซียนต้องการล้มทีมชาติไทย”


นายกสมาคมฟุตบอลให้โอวาทกับเหล่าผู้เล่นก่อนจะเดินทางไปป้องกันแชมป์

“เราจะเดินเกมในทุก ๆ เกมให้เต็มที่ เชื่อว่าน้อง ๆ ทุกคนเข้าใจแท็กติกวิธีการเล่น ที่ฝึกซ้อมกันมาตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา เราบอกน้อง ๆ แล้วว่าซูซูกิคัพจะแข่งถี่หน่อยต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม และเราก็พยายามฟื้นฟูสภาพร่างกายนักเตะอยู่ตลอด ซึ่ง 23 คนที่มาถือว่าสมบูรณ์ที่สุดแล้ว”

“เราอยากให้แฟนบอลชาวไทยเป็นกำลังใจให้พวกเรา เป็นอีกหนึ่งครั้งที่เราอยากสร้างรอยยิ้มให้แฟนบอลชาวไทย และเราบอกไม่ได้ว่าเราโฟกัสทีมใดเป็นพิเศษ เพราะทุกทีมแข็งแกร่งหมด โดยเฉพาะยามที่พวกเขาเล่นกับทีมชาติไทยที่จะค่อนข้างตั้งใจ ฉะนั้นเราจะไม่ประมาททุก ๆ ทีม แน่นอนครับ”

เผยโครงการลับสุดยอดของเกาหลีเหนือ – สร้างนักบอลที่เก่งกว่า เมสซี่

เกาหลีเหนือ ภายใต้การปกครองของท่านผู้นำชื่อก้องโลกอย่าง คิม จอง อึน ตกเป็นข่าวกำลังวางโครงการลับสุดยอดเตรียมสร้างนักฟุตบอลให้เก่งกว่า ลิโอเนล เมสซี่ ดาวยิงซูเปอร์สตาร์ บาร์เซโลน่า จากรายงานของ thesun.co.uk เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2559

ปัจจุบัน ทีมชาติเกาหลีเหนือ อยู่ในอันดับ 126 ของโลกจากการจัดอันดับของ “ฟีฟ่า เวิลด์ แรงกิ้ง” ซึ่งพวกเขาเคยสร้างประวัติศาสตร์ผ่านไปเล่น ฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายมาแล้ว 2 ครั้งเมื่อปี 1966 และครั้งหลังสุดในปี 2010
ล่าสุดมีรายงานว่า คิม จอง อึน กำลังวางโครงการเพื่อให้ทัพ “โสมแดง” กลับไปเล่นในเวทีระดับโลกให้ได้อีกครั้ง โดยมีเป้าหมายผลิตนักบอลให้เก่งกว่านักเตะชื่อดังในยุคปัจจุบันอย่าง ลิโอเนล เมสซี่

รี ยู ฮี โค้ชของโรงเรียนเปียงยาง โรงเรียนสอนฟุตบอลใน เกาหลีเหนือ เปิดเผยว่า “เรากำลังฝึกนักเตะเยาวชนให้กลายเป็นผู้เล่นที่มีความสามารถมากกว่า ลิโอเนล เมสซี่ ในตอนนี้เรากำลังจะก้าวไปเป็นเจ้าแห่งเอเชีย และในอนาคตอันใกล้ ผมหวังว่าเราจะขึ้นไปเป็นเบอร์หนึ่งของโลก”

สื่ออังกฤษตีข่าว สตีเว่น เจอร์ราร์ด จ่อคุม เอ็มเค ดอนส์

espnfcasia.com และสื่อต่าง ๆ ในอังกฤษพากันพาดหัวกันยกใหญ่ว่าในตอนนี้ เอ็มเค ดอนส์ ทีมในลีกวันกำลังทำเรื่องฮือฮาด้วยการติดต่อ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ให้เข้ารับงานเป็นกุนซือใหญ่ของทีม หลังจากที่สโมสรได้แยกทางผู้จัดการทีมคนก่อนเป็นที่เรียบร้อย

สตีเว่น เจอร์ราร์ด เองได้ออกมาประกาศว่าเขาได้หมดพันธะสัญญากับทาง แอลเอ แกแล็คซี่ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังจะมุ่งหน้ากลับอังกฤษก่อนสิ้นปีนี้ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าขอพักผ่อนสักหน่อยก่อนแล้วจึงค่อยตัดสินว่าจะทำอะไรต่อไป แต่ที่แน่ ๆ มีข้อเสนอมากมายที่เข้ามาหาเขา


เอ็มเค ดอนส์ สโมสรนี้ที่เคยล้มแมนฯ ยูไนเต็ด มาแล้ว

สำหรับ เอ็มเค ดอนส์ นั้นกำลังมองหาผู้จัดการทีมคนใหม่อยู่ หลังจากที่แยกทางกับ คาร์ล โรบินสัน ไปไม่นาน และทาง สตีเว่น เจอร์ราร์ด คือหนึ่งในแคนดิเดตของพวกเขาที่อยากได้ตัวเข้ามาคุมทีม เพราะตอนนี้สถานการณ์ของสโมสรไม่สู้ดีนักเมื่ออยู่เพียงอันดับ 21 ในลีกวัน

อย่างไรก็ตามทางเลือกของ กองกลางวัย 36 ปี ถือว่ายังมีมากอยู่ ซึ่งหากเขายังไม่ต้องการเลิกเล่นก็มีทั้ง เซลติก กับ นิวคาสเซิล ที่เปิดทางรออยู่แน่ ๆ ขณะที่ ลิเวอร์พูล เองก็ดูเหมือนว่ายังยินดีต้อนรับเจอร์ราร์ดเสมอ หลังจากที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เคยพูดว่า สตีวี่จะกลับมายังสโมสรเมื่อไหร่ก็ได้ทั้งนั้น และไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีงานให้ทำ

ทั้งนี้ มาร์ค ลอว์เรนสัน อดีตปราการหลังคนดังของลิเวอร์พูล ที่ปัจจุบันเป็นใหญ่เป็นโตกับการดำเนินงานด้านรายการทีวีเองก็ได้ออกมาเร้าให้หงส์แดงรีบเซ็นเจอร์ราร์ดเข้ามาเป็นทั้งผู้เล่น-โค้ชไปเลย เพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจจะดูดเจอร์ราร์ดเข้ามาทำงานด้านทีวีเลยก็ได้

ทีมชาติไทย – โค้ชซิโก้ ตั้ง ธีรศิลป์ แดงดา เป็นกัปตันทีมชุด ซูซูกิ คัพ

“โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ ทีมชาติไทย เปิดเผยเตรียมให้ ธีรศิลป์ แดงดา ดาวยิงคนสำคัญรับบทเป็นกัปตันทีม สำหรับการแข่งขัน ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน หรือ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 จากรายงานของ fathailand.org เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2559

กองหน้าวัย 28 ปี นั้นยังไม่เคยคว้าแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ร่วมกับทัพ “ช้างศึก” ได้เลย โดยที่ผ่านมาเคยคว้าดาวซัลโวมา 2 สมัย แต่ก็จบลงด้วยการเป็นรองแชมป์ทั้งหมด เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จึงเตรียมให้ “เจ้ามุ้ย” รับบทกัปตันทีมแทนที่ ธีราทร บุญมาทัน ในรายการนี้
ซึ่งทาง “โค้ชซิโก้” ยืนยันว่าเป็นความเห็นชอบของทุกคนในทีมที่ให้เกียรติดาวยิงรายนี้ ซึ่งหวังให้เจ้าตัวมีโอกาสชูถ้วยแชมป์ในฐานะกัปตัน ทีมชาติไทย สักครั้งในชีวิต “เป็นความเห็นชอบของทุกคนในทีมทุกคนให้เกียรติ พี่มุ้ย (ธีรศิลป์) ทุกคนอยากเห็น พี่มุ้ย มีโอกาสชูถ้วยแชมป์ในฐานะกัปตันทีมชาติ”

“เพราะที่ผ่านมาเขาทำงานหนัก ทุ่มเทช่วยทีมมาตลอด ฉะนั้นเราทุกคนเต็มใจให้เขาเป็นกัปตันทีมในรายการนี้ส่วนรายการฟุตบอลโลกหรือรายการอื่น ๆ ก็ยังเป็น ธีราทร เช่นเดิมครับ”

ขณะที่ทางด้าน ธีราทร บุญมาทัน ที่ยังคงรับบทกัปตัน ทีมชาติไทย ในรายการอื่น ๆ ได้กล่าวยินดีกับบทบาทกัปตันทีมของดาวยิงรุ่นพี่อย่าง ธีรศิลป์ แดงดา ว่า “ผมรู้สึกยินดีกับ พี่มุ้ย มาก ๆ และรู้สึกดีใจที่จะได้เห็น พี่มุ้ย สวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติไทย พี่มุ้ย มีทั้งประสบการณ์ และคุณสมบัติครบทุกอย่าง”

“ที่สำคัญที่ผ่านมา พี่มุ้ย ทุ่มเทช่วยทีมมาตลอด ซึ่งเราจะพยายามทำงานหนักร่วมกัน ผมและพี่มุ้ยต่างยังไม่เคยได้แชมป์รายการนี้ ก็หวังว่าจะได้ชูถ้วยแชมป์ร่วมกันครับ”

ทั้งนี้ ทีมชาติไทย เตรียมลงฟาดแข้งพบกับ อินโดนีเซีย ในรอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก ของศึกฟุตบอล ชิงแชมป์อาเซียน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 วันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ เวลา 15.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

คุยกับ ชาริล ชัปปุยส์ ก่อนทีมชาติไทยลุย ซูซูกิ คัพ

ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางทีมชาติไทย ยืนยันว่าเขาเองพร้อมที่จะลงสนาม และช่วยพาทีมป้องกันแชมป์ให้ได้ หลังจากบาดเจ็บไปนานแต่ตอนนี้ทุกอย่างพร้อมแล้ว จากรายงานของ espnfcasia เมื่อ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

แม้ว่าจะหายบาดเจ็บกลับมามีชื่อติดทีมชาติไทยแล้วเรียบร้อย ทว่าทางชัปปุยส์เองก็ยังไม่ใช่ตัวจริงในตอนนี้ เพราะว่าตอนนี้คนที่ยืนกลางคู่กับ สารัช อยู่เย็น จะเป็น ปกเกล้า อนันต์ ซึ่งทางมิดฟิลด์ลูกครึ่งไทย-สวิสก็แจงว่าเขานั้นพร้อมแล้วที่จะลงสนาม และต้องการพาทีมป้องกันแชมป์ให้ได้
ชาริล ชัปปุยส์ กล่าวว่า “ผมมีความทรงจำที่ดีมากกับทัวร์นาเม้นท์นี้เมื่อ 2 ปีก่อน แน่นอนว่าผมเสียเวลากับการรักษาเข่าของผมมานานแล้ว และแม้มันจะเจ็บมานานแต่ตอนนี้ผมพร้อมแล้วล่ะที่จะกลับมาลงเล่น และผมตั้งใจมากนะที่จะช่วยพาทีมป้องกันแชมป์ให้ได้”

ทั้งนี้ ไทย จะลงสนามพบ อินโดนีเซีย ในเกมนัดเปิดสนามในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ เวลา 15.30 น.

อาร์แซน เวนเกอร์ ยืนยันจับมือทักทาย โชเซ่ มูรินโญ่ ตามปกติ

อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล ออกโรงยืนยันจะจับมือทักทาย โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ดตามปกติแน่นอนในเกมที่จะพาลูกทีมบุกเยือน “ปีศาจแดง” จากรายงานของ vanguardngr.com เมื่อวันที่ 21พฤศจิกายน 2559

เป็นที่รู้กันดีของแฟนบอลว่า เวนเกอร์ และ มูรินโญ่ เป็นสองกุนซือที่ไม่ค่อยจะลงรอยเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน และมักจะมีปัญหากันที่จนถึงขั้นไม่ยอมจับมือกันมาแล้วในสมัยที่ กุนซือชาวโปรตุเกส ยังเป็นนายใหญ่ของ เชลซี
อย่างไรก็ตามกุนซือ “ปืนใหญ่” ก็ยืนยันว่าเขาจะจับมือทักทาย มูรินโญ่ ตามปกติในเกมบิ๊กแมตช์ที่ต้องนำลูกทีมบุกไปเยือน “โอลด์ แทรฟฟอร์ด” ในวันเสาร์นี้ “แน่นอน ผมเคารพธรรมเนียมที่มีความสำคัญมากของ พรีเมียร์ลีก อย่างที่เห็น ผมไม่คิดว่าผมจะต้องอธิบายถึงความสัมพันธ์ของเรา เขาจะต่อสู้เพื่อทีมของเขา และผมก็จะต่อสู้เพื่อทีมของผม และผมคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่สุด”

ทั้งนี้ อาร์เซน่อล มีคิวบุกไปเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด ในศึก พรีเมียร์ลีก ในวัน จันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายนนี้ เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

บุนเดสลีกา เยอรมนี : ดอร์ทมุนด์ 1-0 บาเยิร์น

ประตูเดียวตั้งแต่ในช่วงต้นเกมของ ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยอง กลายเป็นประตูชัยให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ในศึก แดร์ คลาสสิเกอร์ แห่ง บุนเดสลีกา

โอบาเมยอง แท็บอินลูกปาดจากด้านข้างโดย มาริโอ เกิทเซ่ เข้าไปในนาทีที่ 11 โดยที่ มานูเอล นอยเออร์ ได้แต่มองบอลไหลเข้าประตู

หลังจากถูกขึ้นนำ บาเยิร์น พยายามเปิดเกมบุกใส่เป็นชุด โดยเฉพาะในครึ่งหลังแต่ ดอร์ทมุนด์ ก็ตั้งรับอย่างเหนียวแน่นและไม่พลาดแม้แต่ครั้งเดียว

ชัยชนะนัดนี้เป็นคร้งแรกนับตั้งแต่ปี 2012 ที่ ดอร์ทมุนด์ จัดการสยบ บาเยิร์น ได้ในเกมลีกในบ้านตัวเอง และทีม เสือเหลือง ก็ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 3

ขณะที่ บาเยิร์น นี่เป็นการแพ้ในเกมลีกนัดแรกของฤดูกาล และทำให้ต้องตกจากตำแหน่งจ่าฝูง ปล่อยให้ทีมม้ามืด ไลป์ซิก แซงขึ้นนำกลายเป็นความฮือฮาของศึก บุนเดสลีกา สัปดาห์นี้

ดอร์ทมุนด์ หมดสิทธิ์ใช้ผู้เล่นถึงห้ารายที่ยังรักษาอาการบาดเจ็บคือ มาร์เซล ชเมลเซอร์, มาร์โค รอยส์, เอริค ดวร์ม, เนเว่น ซูโบติช และ สเวน เบนเดอร์, ผู้รักษาประตู โรมัน เบือร์กี้, คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส กับ มัทธีอาส กินเทอร์, แบ็คซ้าย ราฟาแอล แกร์เรยโร่, แบ็คขวา ลูคัสซ์ พิซเซ็ค, แดนกลาง ยูเลี่ยน ไวเกิล, อุสมาน เดมเบเล่, กอนซาโล่ กาสโตร, มาริโอ เกิทเซ่, อันเดร เชือร์เล่, ศูนย์หน้าตัวเป้า ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง

บาเยิร์น มิวนิค ชวดใช้ อาร์เยน ร็อบเบน, คิงส์เล่ย์ โกมัน และ ฆาบี มาร์ตีเนซ ที่ยังบาดเจ็บอยู่ทั้งหมด, ผู้รักษาประตู มานูเอล นอยเออร์, คู่ปราการหลัง มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ กับ เยโรม บัวเต็ง, แบ็คซ้าย ดาวิด อลาบา, แบ็คขวา ฟิลิปป์ ลาห์ม, กองกลาง ติอาโก้ อัลกันตาร่า, ชาบี อลอนโซ่, อาร์ตูโร่ วิดาล, สามประสานในแนวรุก โธมัส มุลเลอร์, ฟร้องค์ ริเบรี่ และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ที่สนาม ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อันดับ 5 ที่ห้านัดหลัง ชนะ 2 เสมอ 3 ล่าสุดบุกถล่ม ฮัมบูร์ก ด้าน บาเยิร์น มิวนิค จ่าฝูง 5 นัดหลัง ชนะ 4 เสมอ 1 ล่าสุดทำได้แค่เสมอในบ้านกับ ฮอฟเฟ่นไฮม์ เกมนัดที่ 11 ของฤดูกาล บิ๊กแมตช์บุลเดสลีกา ในรังของเสือเหลือง ที่ผลงานดีขึ้นเรื่อยๆ ชนะมาสองเกมติด ส่วน เสือใต้ ผลงานก็ยอดเยี่ยมแม้นัดก่อนจะเสมอมา สถิติที่พบกันห้าครั้งหลังสุดเป็น บาเยิร์น ทำได้ดีกว่าและพร้อมกว่า น่าจะเฉือนเอาชนะได้เลย

โด้แฮตทริก! “ชุดขาว” บุกถล่ม “ตราหมี” คาถ้ำ 3-0 นำฝูงโด่ง

ฟุตบอลลา ลีกา สเปน
วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2559
แอต.มาดริด 0-3 เรอัล มาดริด
สนาม : บิเซนเต้ กัลเดร่อน

เปิดเกมมา 12 นาที ทีมเยือนได้ลุ้นขึ้นนำ มาร์เชโล่ เติมขึ้นมาทางซ้ายก่อนโยนบอลจากริมเส้นเข้าเขตโทษ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้โขกเต็มหัว บอลไปตรงตัว ยาน โอบลัค นายด่านเจ้าถิ่นปัดไว้ได้

นาทีที่ 23 “ราชันชุดขาว” ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะ 30 หลา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตะบันด้วยขวาเต็มข้อ บอลแฉลบกำแพง เปลี่ยนทางเข้าประตูไปช่วยให้ เรอัล มาดริด ออกนำ 1-0

นาทีที่ 31 ทีมเยือนเกือบได้ประตูเพิ่ม อีสโก้ แทงบอลทะลุช่องให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาในเขตโทษ แต่ไปตรงตัว ยาน โอบลัค รับเข้าซองไว้ได้ หมดครึ่งแรก เรอัล มาดริด ออกนำก่อน 1-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 47 เจ้าถิ่นได้ลุ้นตีเสมอ ยานนิค การ์ราสโก้ ฉกบอลจาก ลูคัส บาซเกซ ก่อนลากจี้เข้าหาเขตโทษ แล้วปั่นด้วยขวาไปที่เสาไกล บอลหลุดเสานิดเดียว

เจ้าบ้านเกือบได้ประตูตีเสมออีก นาทีที่ 50 อองตวน กรีซมันน์ ได้หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนยิงตามน้ำด้วยซ้ายทันที แต่ เกย์ลอร์ นาวาส ปัดทิ้งออกไปได้

นาทีที่ 71 กลายเป็นทีมเยือนที่มาได้ประตูหนีห่าง สเตฟาน ซาวิช ไปเสียบ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ล้มในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด เรอัล มาดริด นำห่าง 2-0

นาทีที่ 77 ทีมเยือนหนีไปไกล 3-0 จากจังหวะสวนกลับเร็ว อิสโก้ ดีดต่อให้ แกเร็ธ เบล ใช้ความเร็วสปีดพาบอลไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนเปิดมาที่เสาสอง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เติมมากระโดดแปด้วยขวาเข้าประตูไป เป็นแฮตทริกของดาวเตะโปรตุกีสในเกมนี้

จบเกม “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด โชว์ฟอร์มร้อนแรง บุกไปถล่ม แอต.มาดริด 3-0 เก็บสามแต้มสำคัญ นำโด่งเป็นจ่าฝูงโดยทิ้ง บาร์เซโลน่า รองจ่าฝูงห่างเป็น 4 คะแนน

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
แอต.มาดริด (4-4-2) : ยาน โอบลัค – ฆวนฟราน ตอร์เรส, สเตฟาน ซาวิช, ดีเอโก้ โกดิน, ฟิลิเป้ ลุยส์ กาสมีร์กี้ – ซาอูล ญีเกซ, โกเก้, กาบี เฟร์นานเดซ (กัปตันทีม), ยานนิค แฟร์เรยร่า การ์ราสโก้ – อองตวน กรีซมันน์, เฟร์นานโด ตอร์เรส
เรอัล มาดริด (4-4-2) : เคย์ลอร์ นาวาส – ดาเนียล การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, นาโช่ เฟร์นานเดซ, มาร์เชโล่ วิเอยร่า (กัปตันทีม) – ลูก้า โมดริช, มาเตโอ โควาชิช – แกเร็ธ เบล, อีสโก้, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ – ลูกัส บาซเกซ
ผู้ตัดสิน : ดาบิด เฟร์นานเดซ บอร์บาลาน

ผลการแข่งขันในคู่อื่นๆ
เรอัล เบติส 2-0 ลาส ปัลมาส
ลา คอรุนญ่า 2-3 เซบีย่า
บาร์เซโลน่า 0-0 มาลาก้า
เออิบาร์ 1-0 เซลต้า บีโก้

เก็บเพิ่มแต้มเดียว! “หงส์แดง” เจาะไม่เข้า “นักบุญ” เปิดบ้านยัน 0-0

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2559
เซาธ์แฮมป์ตัน 0-0 ลิเวอร์พูล
สนาม : เซนต์ แมรี่ส์ สเตเดี้ยม

เริ่มเกมมาแค่ 3 นาที เจ้าบ้านได้โอกาสก่อน จากลูกยิงของ ไรอัน เบอร์ทรานด์ แต่บอลไปติดบล็อกผู้เล่นทีมเยือนออกหลัง

ลิเวอร์พูลยังทำอะไรไม่ได้ในช่วง 20 นาทีแรก บอลส่วนใหญ่อยู่ในแดนกลาง ขณะที่นักเตะนักบุญเข้าหาบอลเร็วทำให้ทีมเยือนเล่นไม่ถนัด

กระทั่งนาทีที่ 28 ซาดิโอ มาเน่ เกือบยิงทีมเก่า แต่ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ พุ่งปัดออกหลังได้ เป็นโอกาสหนแรกในเกมนี้ของหงส์แดง

นาที 35 บูฟาลจ่ายคืนหลังจากกลางสนาม ถูกฟีร์มีโน่ฉกได้ก่อนจังหวะสุดท้ายมาเน่ปิดเข้าเขตโทษ แต่โซอาเรสตามลงมาเคลียร์พ้นอันตราย

ก่อนหมดครึ่งแรก 5 นาที ลิเวอร์พูลเกือบขึ้นนำนจากการประสานงานจังหวะเดียวที่ยอดเยี่ยม ก่อนมาเน่หลุดขึ้นทางขวาในเขตโทษ แต่จังหวะซัด เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ตามลงมาสไลด์บล็อกทันหวุดหวิด จบครึ่งแรก เสมอกัน 0-0

กลับมาเล่นครึ่งหลังลิเวอร์พูลเปิดเกมรุกใส่ทันแค่ 4 นาทีน่าจะได้ประตูขึ้นนำ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ จ่ายบอลทะลุแนวรับเจ้าบ้านให้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ หลุดไปยิงในกรอบเขตโทษแต่โดนไม่ดีบอลปลิ้นเท้าออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

ต่อจากนั้นสามนาทีได้หงส์แดงได้ลูกฟรีคิกกราบขวาของสนาม ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เปิดโค้งไปหน้าประตู โฌแอล มาติป พุ่งเข้าจะชารจ์แบบจ่อๆ แต่แนวรับทีมเดอะ เซนต์ส สกัดไว้ได้หวุดหวิด

หลังจากนั้นรูปเกมเป็นลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่พับสนามบุกอยู่ฝ่ายเดียวนาที 65 เอ็มเร่ ชาน ได้บอลหลุดไปยิงด้วยซ้ายบอลบดหลุดผ่านเสาออกหลังไปอีก

ช่วงท้ายเกมนาที 80 แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ตัวสำรองลากบอลไปสุดเส้นด้านซ้ายก่อนตักมาเสาไกล เนธาเนียล ไคลน์ วิ่งมาโขกข้ามคาน

จบเกม เซาธ์แฮมป์ตัน เปิดบ้านยันเสมอ ลิเวอร์พูล 0-0 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้ม

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เซาธ์แฮมป์ตัน (4-4-2) : เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์, เซดริค โซอาเรส, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, โชเซ่ ฟอนเต้, ไรอัน เบอร์ทรานด์, สตีเว่น เดวิส, โอริโอล โรเมว, ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, โซฟียาน บูฟาล, ชาร์ลี ออสติน, เนธาน เร้ดมอนด์
ลิเวอร์พูล (4-3-3) : ลอริส คาริอุส, เนธาเนียล ไคลน์, โฌแอล มาติป, เดยัน ลอฟเรน, เจมส์ มิลเนอร์, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เอ็มเร่ ชาน, ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่
ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคลตเทนเบิร์ก

ผลการแข่งขันในคู่อื่นๆ
แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 อาร์เซน่อล
วัดฟอร์ด 2-1 เลสเตอร์ ซิตี้
ซันเดอร์แลนด์ 3-0 ล์ ซิตี้
สโต๊ค ซิตี้ 0-1 บอร์นมัธ
เอฟเวอร์ตัน 1-1 สวอนซี ซิตี้
คริสตัล พาเลซ 1-2 แมนฯ ซิตี้
สเปอร์ส 3-2 เวสต์แฮม