มหัศจรรย์การ์ตูน : มาตรวัดความสำเร็จ

ถ้านึกถึงใครสักคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ท่านจะนึกถึงใครคะ เมื่อปรากฏหน้าบุคคลนั้นขึ้นมาแล้วลองกระซิบถามคนข้างๆ ค่ะว่านึกถึงคนเดียวกันไหม เชื่อว่าส่วนใหญ่จะคิดไม่เหมือนกัน ความแตกต่างนี้อาจเกิดจากเรานิยาม “ความสำเร็จ” ไม่เหมือนกันค่ะ บางคนคิดว่าการมีเงินเยอะๆ หมายถึงประสบความสำเร็จ บางคนวัดที่ตำแหน่งหน้าที่ บางคนวัดจากความโด่งดังหรือได้รับการนับหน้าถือตา บางคนก็วัดที่ความสุขซึ่งฟังแล้วข้อสุดท้ายนี่วัดยากที่สุดเลยค่ะ ในบรรดาความสำเร็จเหล่านี้ ต้องยอมรับว่า “รายได้” วัดง่ายที่สุดเพราะเป็นตัวเลข จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายท่านเลือกจะวัดความสำเร็จจากเงินเดือน

คุณสุภาพสตรีท่านหนึ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังและทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียง เธอทำมาเกือบสองปีก็เริ่มประสบปัญหาผลงานไม่เข้าตาผู้ใหญ่ ไอเดียใหม่ๆ ที่เธอคิดไม่ได้รับการยอมรับและถูกสั่งให้แก้ไขงานหลายครั้ง เธอต้องขายหน้ากลางที่ประชุมครั้งแล้วครั้งเล่า ถูกเรียกไปตำหนิบ่อยๆ แม้จะมีเพื่อนหลายคนที่คอยให้กำลังใจ
แต่ก็มีอีกหลายคนที่บอกว่าความสามารถของเธอไม่เพียงพอสำหรับตำแหน่งงานนั้นและควรลาออกไปเสียที

“หนูอยากลาออกค่ะ รู้สึกกดดันทุกวันที่ไปทำงาน แก้งานจนดึกดื่นแทบไม่ได้นอนแต่ก็ไม่ได้รับการยอมรับสักที วันไหนต้องเข้าประชุมก็จะกลัวมาก ไม่รู้จะโดนว่าตรงไหนอีก”

“ดูคุณไม่มีความสุขกับการทำงานเลย แล้วคิดจะทำยังไงต่อไปคะ ลาออกเหรอคะ”

“หนูก็อยากลาออก แต่แม่บอกว่าให้ทนต่อไปก่อน เพราะที่นี่ให้เงินเดือนเยอะมาก”

“คุณแม่คุณคงให้ความสำคัญกับเงินเดือน แล้วคุณให้ความสำคัญกับอะไรคะในการทำงาน”

“หนูก็ไม่รู้ค่ะ หนูรู้แค่ว่าเรียนมาทางนี้ก็ต้องทำงานแบบนี้ แล้วงานที่ดีที่สุดก็ควรเป็นงานที่เงินเดือนมากที่สุด เราไม่มีทางรู้ตอนสมัครใช่ไหมคะว่าที่ทำงานที่ไหนดีหรือไม่ดี เราก็ต้องเลือกจากเงินเดือนที่เขาให้”

ที่คุณสุภาพสตรีท่านนี้พูดก็ถูกค่ะ ถ้าเราไม่เคยไปฝึกงานหรือทดลองทำงานก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าสถานที่ทำงานแห่งนั้นเป็นอย่างไร สุดท้ายตัวเลขเงินเดือนก็เป็นมาตรวัดที่ง่ายและเห็นชัดที่สุดอยู่ดี ถ้าตัวเลขเงินช่วยบอกคุณสมบัติบางอย่างที่วัดได้ยาก เช่น ความเก่งหรือความสำเร็จก็น่าจะดีนะคะ มีการ์ตูนเรื่องหนึ่งที่สะท้อนความหมกมุ่นในเงินได้ดีทีเดียวค่ะ

“Gurazeni”เป็นแอนิเมชั่นที่เพิ่งออกฉายทางโทรทัศน์ญี่ปุ่นเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา กล่าวถึง “ฮอนดะ นัตสึโนะสึเกะ” นักเบสบอลอาชีพตำแหน่งมือขว้างตัวสำรองที่เข้าทีมสไปเดอร์มา 8 ปีแล้ว ผลงานอยู่ในระดับกลางๆ ซึ่งเขานิยามฝีมือการเล่นของเขาจากรายได้ประจำปี 18 ล้านเยน ซึ่งจัดอยู่ในระดับกลางๆ เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้นักเบสบอลซุปเปอร์สตาร์ในทีมที่มีชื่อเสียง ฮอนดะเคยได้รับการสอนสั่งว่าอาชีพนักกีฬาเบสบอลมีช่วงเวลาทำงานสั้น เมื่ออยู่ในวัยที่ยังเล่นได้ก็ต้องรีบเก็บเงิน ไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย และในวงการนี้รายได้จะขึ้นกับสถิติการแข่งขัน เขาจึงพยายามพัฒนาความสามารถของตัวเองเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เพื่อให้ร่ำรวยเพราะฮอนดะไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายอยู่แล้ว แต่ที่ต้องการรายได้เพิ่มคงเพราะเขาวัดความสามารถในการเล่นของเขากับรายได้เสียมากกว่า ถือว่าเป็นคนโชคดีที่ความพยายามและความเก่งแปรผันตรงกับรายได้ที่ได้รับค่ะ

มีหลายงานวิจัยพบว่าทรัพย์สมบัติที่เรามีไม่สัมพันธ์กับความสุข แต่บางทีไม่มีสมบัติอะไรเลยอาจจะสัมพันธ์กับความทุกข์ก็ได้ งานวิจัยชิ้นหนึ่งโดยลินด์เซย์ พูล จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน พบว่าหากติดตามชีวิตในช่วงเวลา 20 ปีแล้ว คนที่มีประสบการณ์ “เงินชอร์ตรุนแรง” จะเสียชีวิตเร็วกว่ากลุ่มที่ไม่เคยมีประสบการณ์นี้ ภาวะเงินชอร์ตรุนแรงนี้มีนิยามว่าคนที่เสีย 75% ของทรัพย์สินที่มีอยู่ในระยะเวลา 2 ปี คนกลุ่มนี้จะมีปัญหาสุขภาพตามมาในระยะยาวและมีโอกาสเสียชีวิตในอีก 20 ปีข้างหน้าสูงกว่ากลุ่มที่ไม่เคยประสบปัญหานี้ถึง 50% ใกล้เคียงกับการวิจัยในคนยากจนซึ่งมีโอกาสเสียชีวิตในอีก 20 ปีข้างหน้ามากกว่าคนทั่วไปถึง 67% ผู้วิจัยตั้งข้อสันนิษฐานว่าปัญหาการเงินและความยากจนส่งผลต่อสุขภาพจิตแน่นอน ยิ่งกว่านั้นยังส่งผลต่อสุขภาพร่างกายด้วยเพราะคนไม่มีเงินก็ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้สะดวก ฟังแบบนี้แล้วแผนเก็บเงินเก็บทองของฮอนดะถือว่าดีต่อสุขภาพกายและใจอย่างมากเพราะต่อให้มีรายได้สูงแล้วใช้ไปจนเกือบหมด แม้จะไม่ได้ยากจนแต่ก็จะตกอยู่ในภาวะเงินชอร์ตรุนแรงและตามมาด้วยปัญหาสุขภาพกับโอกาสเสียชีวิตในอีก 20 ปีข้างหน้าที่สูงขึ้นได้

สรุปว่าถ้าอยากใช้เงินเป็นมาตรวัดความสำเร็จก็อาจจะถูกเพียงครึ่งเดียวค่ะ คือ “เงินเยอะแสดงว่าประสบความสำเร็จ” ส่วนเงินน้อยไม่ได้หมายถึงไม่ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว เพราะบางคนก็อยู่ได้อย่างมีความสุขแม้ว่าฐานะการเงินจะไม่ได้ดีมาก สิ่งที่ควรกังวลคือ “ความยากจน” และ “ภาวะเงินชอร์ตรุนแรง” ต่างหากเพราะสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพและการเสียชีวิตเร็วขึ้น

ดังนั้น ไม่ต้องรีบร้อนหาเงินหรือเก็บเงินเพราะกลัวไม่มีความสุข แค่วางแผนการใช้เงินอย่างรอบคอบไม่ให้เสียเงินก้อนโตก็จะไม่เสียสุขภาพกายและจิตแล้วค่ะ

goldenslot online